ชัยชนะ แฉมุขใหม่แก๊งคอล สวมรอยเป็นอาจารย์ ลวงพ่อแม่น.ศ.ปี 1 อ้างได้ทุนเรียนตปท. ตุ๋นเงิน 2.6 ล้าน
อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 15:55อ่าน 3 นาที

‘ชัยชนะ’ เผยผู้ปกครองร้องเรียน นักศึกษาปี 1 ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก สูญ 2.6 ล้าน แฉกลยุทธ์ใหม่ สวมรอยอาจารย์หลอกพ่อแม่ว่าลูกได้ทุนเรียนต่างประทศ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
พร้อมขับรถรับเงินสดถึงหน้าคอนโด จี้รัฐเร่งปราบขบวนการจริงจัง เมื่อวัยที่ 17 สิงหาคม นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.)
และที่ปรึกษา กมธ.ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง หลังตกเป็นเหยื่อขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์
รายละเอียดเพิ่มเติม
ถูกหลอกทำให้สูญเงินประมาณ 2.6 ล้านบาท นายชัยชนะกล่าวต่อว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ส.ค. มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ 2 ราย หนึ่งในนั้นเป็นนักศึกษาหญิงชั้นปีที่ 1
ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หลอกด้วยรูปแบบเดิม อ้างว่านักศึกษามีบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีคดีความและมีหมายจับ สร้างความหวาดกลัวจนเหยื่อหลงเชื่อ
จากนั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์บังคับให้นักศึกษารายดังกล่าวไปหลอกลวงผู้ปกครองต่อ โดยเปลี่ยนบัญชีไลน์ของคนร้ายให้ใช้ชื่อและภาพของอาจารย์
สถานการณ์ล่าสุด
โดยหลอกผู้ปกครองว่าลูกสาวได้รับทุนการศึกษาเพื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศ พร้อมอ้างว่าต้องใช้เงินสำหรับเป็นหลักประกันและทำวีซ่า รวมถึงมีการปลอมตัวเป็นกงสุลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
ส่งผลให้ผู้ปกครองหลงเชื่อและโอนเงินให้ รวมความเสียหายประมาณ 2.6 ล้านบาท “เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของกลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีความแนบเนียนมากขึ้น
จากเดิมที่มุ่งหลอกเหยื่อโดยตรง กลายเป็นการบังคับให้เหยื่อไปหลอกคนในครอบครัวต่อ ทำให้ผู้ปกครองยิ่งเชื่อและตัดสินใจให้เงินได้ง่ายขึ้น” นายชัยชนะกล่าว นายชัยชนะกล่าวต่อว่า นอกจากนี้
มุมมองและผลกระทบ
ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบอีกหลายด้าน ทั้งข้อมูลส่วนตัวของนักศึกษาหลุดไปถึงมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้อย่างไร
รวมถึงการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลเกี่ยวกับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และรูปแบบการหลอกลวงรูปแบบใหม่ สามารถเข้าถึงประชาชน เยาวชน และนักศึกษาอย่างทั่วถึงหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า
สิ่งที่น่าตกใจที่สุดในกรณีนี้คือรูปแบบการรับเงินของคนร้ายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร แต่ยังมีการสั่งให้ผู้เสียหายถอนเงินสด
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ก่อนที่คนร้ายจะขับรถมารับเงินถึงบริเวณหน้าคอนโดมิเนียมของนักศึกษา โดยมีเงินสดหลักล้านบาทถึง 2 ครั้ง
เรื่องนี้สะท้อนว่าแม้ประเทศไทยจะประกาศบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่คนร้ายกลับไม่เกรงกลัวกฎหมาย ถึงขั้นเดินทางมารับเงินสดจำนวนมากถึงหน้าคอนโดของผู้เสียหาย
“ขอฝากถึงนายกรัฐมนตรีและกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ให้เร่งปราบปรามขบวนการดังกล่าวอย่างจริงจัง และขอให้ติดตามคดีนี้อย่างถึงที่สุด
รวมถึงเร่งติดตามเงินของผู้เสียหายกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด” นายชัยชนะกล่าว นายชัยชนะกล่าวด้วยว่า
จากข้อมูลของผู้ปกครองครอบครัวผู้เสียหายทราบว่าถึงขั้นต้องไปหยิบยืมเงินจากเพื่อนและเพื่อนร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



