ครม. เพิ่มสิทธิ นมโรงเรียน ม.1-ม.3 เสริมโภชนาการ เด็ก 5.8 แสนคน ช่วยเกษตรกรโคนม
อัปเดตเมื่อ: 11 สิงหาคม 2569 เวลา 16:34อ่าน 2 นาที

ครม. ไฟเขียว ขยายนมโรงเรียน ถึง ม.1-ม.3 เพิ่มสิทธิเด็ก 582,947 คน เสริมโภชนาการ แก้น้ำนมดิบ ล้นตลาด เมื่อวันที่11 ส.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน สำหรับนักเรียนระดับชั้น ม.1-ม.3 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา
ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอ พร้อมอนุมัติให้รวมกลุ่มเป้าหมาย โครงการฯ ประกอบด้วย นักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นก่อนประถมศึกษาถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
รายละเอียดเพิ่มเติม
และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สำหรับการดำเนินงานในปีการศึกษา 2570
มีเป้าหมายเพื่อให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา จำนวน 582,947 คน ส่วนใหญ่อยู่ในครอบครัวที่มีข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจ
เข้าถึงโภชนาการที่เหมาะสมในช่วงวัยที่กำลังเติบโต โดยเดิมโครงการนมโรงเรียนครอบคลุมเด็กตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษาถึง ป.6 ขณะที่นักเรียน ม.1-ม.3 ยังไม่ได้รับการจัดสรรนมจากโครงการ
สถานการณ์ล่าสุด
และเพิ่มกลุ่มเป้าหมายยังช่วย เพิ่มการรับซื้อน้ำนมดิบเข้าสู่ระบบการผลิต ลดปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด และสร้างรายได้ให้เกษตรกรโคนม
รวมถึงช่วยให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมนมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำมีตลาดรองรับมากขึ้น สำหรับการดำเนินโครงการในปีการศึกษา 2569 เนื่องจากภาคเรียนที่ 1 ได้เริ่มไปแล้ว
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแผนเริ่มจัดส่งนมให้เด็กกลุ่มใหม่ใน เดือนพฤศจิกายน 2569 ทั้งนี้
มุมมองและผลกระทบ
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับจำนวนวันที่จัดส่งนมให้สอดคล้องกับระยะเวลาการเรียนการสอนที่เหลืออยู่ จากเดิม 260 วัน เหลือประมาณ 145
วัน พร้อมปรับกรอบงบประมาณให้สอดคล้องกับจำนวนวันที่ดำเนินโครงการ ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า
การขยายโครงการครั้งนี้เป็นการเพิ่มโอกาสให้เด็กในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาได้เข้าถึงโภชนาการที่เหมาะสมมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างตลาดรองรับน้ำนมดิบในประเทศ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ลดความเสี่ยงปัญหาผลผลิตล้นตลาด และช่วยสร้างรายได้ที่ต่อเนื่องให้เกษตรกรโคนม จึงเป็นมาตรการที่ได้ประโยชน์ทั้ง เด็ก ครอบครัว เกษตรกร และอุตสาหกรรมนม ไปพร้อมกัน
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



