"10 วินาที" รอดได้ยามภัยมา "หลีก–ปิด–ป้องกัน" หัวใจหลัก "รักษาชีวิต"
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 19:47อ่าน 3 นาที

ในภาพยนตร์แอคชัน พระเอก-นางเอก ถูกเขียนบทให้มีความเก่งกาจ สามารถเอาชีวิตรอดได้จากคมกระสุน หรือระเบิดที่ถูกคนร้ายยิงหรือปา สาดใส่เข้ามา แต่ “ชีวิตของมนุษย์” คนเดินดิน กินข้าวแกง
อ่านข่าวในหมวด ไลฟ์สไตล์ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
โดยปกติทั่วไป หากไม่เคยฝึกทักษะต่อสู้ป้องกันตัว การเอาตัวรอดในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ยามสติเตลิด ชีวิตอาจจะตกอยู่ในภยันตรายและถึงฆาตได้ ควรจะทำอย่างไร
จึงจะประคองร่างกายและลมหายใจ ให้รอดจากเหตุร้ายแรง ที่กำลังเผชิญอยู่ตรงหน้าในช่วง 10 วินาทีแรก “ 10 วินาทีแรก คือ ช่วงเวลาสำคัญของการเอาตัวรอด ให้พ้นจากเหตุรุนแรง... ต้องตั้งสติ
รายละเอียดเพิ่มเติม
หลุดพ้นจากอาการแพนิก หรืออาการช็อกให้ได้ ตัดสินใจได้ในวินาทีนั้น เลือกวิธีหลีกหนีภัยคุกคาม ให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด เมื่ออยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว ให้โทรแจ้งตำรวจ
ให้ข้อมูลเพื่อยับหยั้งสถานะการณ์ ที่เกิดขึ้น....เลือกทางออกที่ปลอดภัยที่สุด โดยยึดหลัก “หลีก–ปิด–ป้องกัน” พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) อธิบายแนวทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์รุนแรงหรือเหตุกราดยิง โดยระบุว่า หลังจากพ้นช่วงภาวะตื่นตระหนก และหลีกหนีภัยคุกคามได้ในระดับที่ปลอดภัยแล้ว
สถานการณ์ล่าสุด
ให้โทรแจ้งตำรวจ ให้ข้อมูลเพื่อยับยั้งสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นช่วงนาทีทอง ก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าระงับเหตุ ในฐานะครูฝึกหลักสูตรแอคทีฟชูตเตอร์ ครูฝึกหลักสูตร CRAT
หลักสูตรการรับมือเหตุแอคทีฟชูตเตอร์ พ.ต.อ.ปิยรัช บอกว่า หลักการสอน CRAT (Civilian Response to Active Threat ) หรือแนวทางการตอบสนองของประชาชนต่อภัยคุกคามขั้นรุนแรง
“หลีก–ปิด–ป้องกัน” หรือ Avoid–Deny–Defend คือ หัวใจหลักสำคัญในการเอาชีวิตรอด และเป็นแนวทางที่นำมาใช้แทนคำว่า “หนี–ซ่อน–สู้” หลีก (Avoid) คือ
มุมมองและผลกระทบ
ออกจากพื้นที่อันตรายเมื่อรู้ว่ามีภัยคุกคาม และพาคนอื่นออกจากพื้นที่ได้ หากสามารถทำได้โดยไม่เพิ่มความเสี่ยง ปิด (Deny) คือ เมื่อไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ ให้หาที่ปลอดภัย
ปิดและล็อกประตู ปิดไฟ ลดเสียง และหลีกเลี่ยงการเปิดเผยตำแหน่ง เพื่อไม่ให้ผู้ก่อเหตุเข้าถึงตัว ป้องกัน (Defend) คือ ทางเลือกสุดท้ายเมื่อไม่สามารถหลีกหนีหรือหลบอยู่ในที่ปลอดภัยได้
ต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคาม ให้ใช้อุปกรณ์หรือสิ่งของรอบตัวเพื่อป้องกันตัวและเปิดโอกาสให้หลุดออกจากสถานการณ์ ไม่ใช่การต่อสู้ ปรับยุทธวิธี “หนี–ซ่อน–สู้” เปลี่ยนใช้ "หลีก–ปิด–ป้องกัน"
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แม้การ “หนี–ซ่อน–สู้” จะเป็นกลวิธีการเอาตัวรอด ซึ่งดูแล้วอาจไม่ต่างจากหลักการ “หลีก–ปิด–ป้องกัน” แต่ พ.ต.อ.ปิยรัช อธิบายว่า แม้ความหมายโดยรวมจะใกล้เคียงกัน
แต่คำที่ใช้มีผลต่อความเข้าใจและการตัดสินใจในสถานการณ์จริง คำว่า “หนี” อาจทำให้บางคนเข้าใจว่าต้องวิ่งออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด ขณะที่ในสถานการณ์จริงอาจมีทางเลือกอื่นที่ปลอดภัยกว่า
จึงใช้คำว่า “หลีก” เพื่อให้ประชาชนคิดถึงการหลีกเลี่ยงภัยคุกคามและเลือกทางออกที่เหมาะสม ส่วนคำว่า “สู้” อาจทำให้เกิดความเข้าใจว่าเป็นการต่อสู้กับผู้ก่อเหตุ แต่หลักสูตรไม…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



