"ยิ่งชีพ" เปิดข้อมูล อ้างผู้ช่วย สส. โอนเงินให้ผู้สมัคร สว. 10 คน
อัปเดตเมื่อ: 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 20:31อ่าน 3 นาที

วันนี้ (26 ก.ค.2569) เวที ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. - เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว.(ภาค 2) ที่จัดโดยฝ่ายค้าน ในช่วงที่สาม ที่นักวิชาการและ นักการเมือง พูดถึงการฮั้ว สว. นายสาทิตย์
ประเด็นสำคัญ
วงศ์หนองเตย สส.พรรคประชาธิปัตย์ , ศ.ศิริพรรณ นกสวน สวัสดี นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ไอลอว์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ
และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอนหนึ่งบนเวที เจาะลึกหลักฐานเกี่ยวกับคดีโกง สว. ภาค 2 จัดโดยคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ว่าขอฝากไปยังนายแสวง บุญมี
รายละเอียดเพิ่มเติม
เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ก่อนหน้านั้นระบุว่าข้อมูลของฝ่ายค้านจะนำไปพิจารณาว่าอยู่ในสำนวนหรือไม่ หากอยู่ในสำนวนคือเรื่องที่กำลังพิจารณา
ทั้งนี้สิ่งที่นายแสวงระบุเหมือนว่าสิ่งใดที่ไม่อยู่ในสำนวนแค่รับฟัง กับการพูด หรือ เปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ กกต. ทุกวันนั้นนายแสวงจะไม่สนใจ ซึ่งเท่ากับว่า กกต. จะทำผิดกฎหมาย
พ.ร.ป. ว่าด้วย กกต. ที่ใช้ระบบสืบสวนหาข้อเท็จจริงด้วยระบบไต่สวน คือ แสวงหาข้อเท็จจริง ดังนั้นนายแสวงต้องแสวงหาข้อเท็จจริง "ผมขอฝากไปยัง กกต.
สถานการณ์ล่าสุด
หากปฏิเสธการแสวงหาข้อเท็จจริงในกระบวนการไต่สวน วันหนึ่งหากตัดสินใจไปในทางที่ไม่ฟ้อง หรือ ไม่ยื่นศาลคดีฮั้ว สว. เจอ 157 แน่นอน และหากเจออย่าลืมคดีของคุณวาสนา เพิ่มลาภในอดีตด้วย
ทั้งนี้เป็นประเด็นใหญ่และเชื่อว่าจะมีคนออกมาให้ข้อเท็จจริงอีกมาก จึงเป็นหน้าที่ของ กกต. ชุดใหญ่ แสวงหาข้อเท็จจริงในกระบวนการไต่สวนทั้งหมด นอกจากนั้น มองว่า กกต.
ไม่มีทางอื่นนอกจากส่งศาล ขณะที่กระบวนการที่ผิดปกติ และมีข้อพิรุธต่อการทำงานของ กกต. ที่ไม่รับสำนวนของดีเอสไอ หรือข้อมูลใหม่ ๆ ถือว่า กกต.
มุมมองและผลกระทบ
เป็นองค์กรที่ไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จึงต้องส่งศาลเท่านั้น" นายสาทิตย์ กล่าว นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ขณะที่พบมีประเด็นข่มขู่พยาน
วิปฝ่ายค้านต้องแสวงหาความร่วมมือเพื่อคุ้มครองพยานเพื่อให้เรื่องนี้เดินไปสู่ข้อเท็จจริง เพราะการฮั้ว สว. คือ รัฐประหารประชาธิปไตยที่ปล่อยไว้ไม่ได้ ศ.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองในแง่กฎหมายว่าพยานได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 34 ของรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และมาตรา 41 ที่ระบุว่า สาธารณชนมีสิทธิที่จะได้รับรู้ข่าวสารที่กระทบต่อความจำเป็นที่สาธารณชนควรรับทราบ มีการใช้เครือข่ายอิทธิพล การใช้เทคโนโลยี
ซึ่งผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับนักการเมืองนั้น คล้ายกับการโกงข้อสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยเชื่อว่าสามารถส่งคดีไปยังศาลฎีกาได้เมื่อมีเหตุพึงเมีเหตุอันควรเชื่อได้
"โดยเห็นว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ส่วนตัวมองว่า เป็นความพยายามใช้โครงข่ายอิทธิพล เพื่อยึดกลุ่มอำนาจรัฐ คือความน่ากลัวที่สุด กฎหมายมี 2 ระดับ คือ 1. กฎหมายการได้มาซึ่ง สว.
จะจบที่ศาลฎีกาและ 2. กฎหมายอาญาที่คณะ 26 ของ กกต. พิจารณาเรื่องอั้งยี่ซ่องโจร" ศ.ส…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



