“รมว.สุชาติ” เผย ฮ.ทส. ลำเลียงถุงยังชีพพระราชทานช่วยผู้ประสบภัยบนดอยภูคา หลังน้ำป่า–ดินสไลด์ตัดขาด 11 หมู่บ้าน
อัปเดตเมื่อ: 22 สิงหาคม 2569 เวลา 19:42อ่าน 3 นาที

“รมว.สุชาติ” เผย ฮ.ทส. ลำเลียงถุงยังชีพพระราชทาน “ในหลวง” ช่วยผู้ประสบภัยบนดอยภูคา หลังน้ำป่า–ดินสไลด์ตัดขาด 11 หมู่บ้าน ย้ำเร่งช่วยเหลือประชาชนจนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย วันที่ 22
อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ส.ค.69 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดน่าน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ในพื้นที่
ต.ภูคา อ.ปัว จ.น่าน โดยเฉพาะพื้นที่บ้านขุนกูน บ้านผาเวียง และบ้านน้ำขว้าง ซึ่งเป็นหมู่บ้านบนพื้นที่สูง ทำให้ถนนหลายสายถูกตัดขาด ไม่สามารถสัญจรเข้าออกได้
รายละเอียดเพิ่มเติม
รวมถึงกระทบประชาชนในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 11 หมู่บ้าน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ระดมกำลังและใช้เฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงฯ เข้าสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง
โดยในวันนี้ (22 สิงหาคม 2569) ได้ลำเลียงถุงยังชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้าไปมอบให้ประชาชนในพื้นที่บ้านขุนกูน บ้านผาเวียง และบ้านน้ำขว้าง
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้ประชาชนมีอาหารและสิ่งของจำเป็นในช่วงที่เส้นทางภาคพื้นดินยังไม่สามารถเข้าถึงได้ โดยมี นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
สถานการณ์ล่าสุด
และพันธุ์พืช เป็นผู้แทนนำถุงยังชีพพระราชทานไปมอบแก่ประชาชน พร้อมนำสิ่งของช่วยเหลือในนามกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปมอบให้ผู้ประสบภัยด้วย ทั้งนี้
ภารกิจดังกล่าวเป็นการบินส่งเสบียงและถุงยังชีพต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 แล้ว “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยและทรงพระเมตตาต่อพสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติ
การได้รับถุงยังชีพพระราชทานในครั้งนี้ สร้างความปลาบปลื้มและเป็นกำลังใจอย่างยิ่งแก่ประชาชนในพื้นที่
มุมมองและผลกระทบ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเร่งนำความช่วยเหลือเข้าไปถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะพื้นที่สูงหรือพื้นที่ที่เส้นทางถูกตัดขาด
ซึ่งเป็นจุดที่เฮลิคอปเตอร์สามารถเข้าไปสนับสนุนและช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที” นายสุชาติ กล่าว นายสุชาติ กล่าวว่า
พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและเป็นพื้นที่รอยต่อกับอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ประชาชนในพื้นที่มีความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาป่าต้นน้ำ โดยช่วง 4–5 ปีที่ผ่านมา
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ได้ปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่จากการปลูกข้าวโพดมาเป็นการปลูกพืชยืนต้นมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและลดความเสี่ยงจากปัญหาการชะล้างพังทลายของดินในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางฝนที่ตกหนักเป็นพิเศษในลักษณะ Rain Bomb ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมจำนวนมากในช่วงเวลาสั้น ๆ จนเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์
ส่งผลให้เส้นทางถูกตัดขาดหลายจุด ประชาชนไม่สามารถเดินทางลงจากพื้นที่เพื่อจัดหาอาหารและสิ่งของจำเป็นได้ รวมถึงบางพื้นที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้
“สิ่งสำคัญในเวลานี้คือการดูแลชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนก่อน เราจะไม่ปล่อยให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ห่างไกลต้องเผชิญความเดือดร้อนเพียงลำพัง แม้รถหรือเครื่องจักรจะยังเข้าไป…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



