กสถ. ชี้ 12,000 คนสอบผ่านจริง กลุ่มทุจริตเตรียมเพิกถอนพร้อมแบล็กลิสต์
อัปเดตเมื่อ: 6 สิงหาคม 2569 เวลา 00:29อ่าน 3 นาที

วันนี้ (5 ส.ค.2569) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่งใช้เวลาประชุมนานเกือบ 3
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ชั่วโมงว่า ที่ประชุมมีมติ "รับรอง" การยกเลิกบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันเดิมตามที่ นายวันชัย จันทร์พร ประธาน กสถ. ได้ลงนามไปก่อนหน้านี้
พร้อมทั้งเห็นชอบการจัดทำและรับรองบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านใหม่ โดยยึดตามผลคะแนนจริงจากการตรวจข้อสอบ เพื่อสร้างความเป็นธรรมและความถูกต้องในระบบราชการท้องถิ่น
รายละเอียดเพิ่มเติม
สำหรับผู้ที่สอบผ่านเกณฑ์อย่างถูกต้อง ตามความรู้ความสามารถจำนวนประมาณ 12,000 คน และได้รับการบรรจุรับราชการไปแล้ว จะยังคงได้รับการบรรจุและปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามปกติ
ส่วนกลุ่มที่มีการกระทำการทุจริตโดยการปรับเพิ่มคะแนนให้สูงขึ้น จะไม่ได้รับการขึ้นบัญชีรายชื่อใหม่โดยเด็ดขาด และจะมีการนำผู้สอบผ่านรายอื่นขึ้นบัญชีแทนที่ในตำแหน่งที่ว่างลง ทั้งนี้
แนวทางปฏิบัติดังกล่าวจะถูกเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ในวันพรุ่งนี้ (6 ส.ค.) เพื่อพิจารณาอนุมัติอย่างเป็นทางการ ด้าน นายบุญประสงค์ นวลสายย์
สถานการณ์ล่าสุด
รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แถลงรายละเอียดเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบพบผู้ที่สอบผ่าน แต่มีการปรับเพิ่มคะแนนรวม 774 คน โดยแบ่งเป็นผู้ที่มีการขึ้นบัญชีไว้ 561 คน
และไม่มารายงานตัว 211 คน เมื่อนำรายชื่อผู้ที่ขึ้นบัญชีทั้ง 561 คน มาจัดเรียงลำดับตามคะแนนจริงใหม่ พบว่า มีเพียง 97 คน ที่คะแนนจริงผ่านเกณฑ์ ส่วนอีก 464
คนจะถูกเพิกถอนรายชื่อออกและจัดเรียงใหม่ตามคะแนนจริง สำหรับประเด็นที่สังคมสงสัยว่า เหตุใดผู้ผ่านการบรรจุไปแล้วไม่ถึง 100 คน (อยู่ในกลุ่ม 97 คน) จึงยังไม่ถูกสั่งพ้นตำแหน่ง
มุมมองและผลกระทบ
ปลัดกระทรวงมหาดไทยและรองอธิบดีฯ ชี้แจงว่า เนื่องจากบุคคลกลุ่มนี้เป็นผู้ที่สอบผ่านเกณฑ์ภาค ก. ถูกต้องตามกฎหมาย (ข้อ 18 และ 19) แต่มีผู้ไปปรับเพิ่มคะแนนให้สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม
กระทรวงมหาดไทยจะส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุและผู้บงการ หากพบว่า มีความเชื่อมโยงกับการทุจริตหรือการจ่ายเงิน
ก็สามารถดำเนินการสั่งให้พ้นจากตำแหน่งและสอยถอนในภายหลังได้ ขู่โทษหนักอาญาและวินัยร้ายแรง ฟันผู้มีส่วนร่วมโกงทุกราย นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ผู้ที่ร่วมกระทำผิดไม่มีทางหลุดรอดสายตากระบวนการยุติธรรมไปได้ หากผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า มีการโอนเงินหรือจ่ายเงินเพื่อแลกกับการเพิ่มคะแนน
ไม่ว่าผู้กระทำจะเป็นตัวผู้สอบเอง หรือเป็นบิดามารดา และญาติพี่น้อง ก็จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาร่วมกันทั้งหมด ผู้ที่รับราชการไปแล้วจะต้องถูกลงโทษให้ออกจากราชการ ถูกบันทึกในบัญชีดำ
(Blacklist) และอาจได้รับโทษจำคุกตามข้อกฎหมาย นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับข้าราชการและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตมากกว่า 100 คน
ตามรายงานข้อมูลจากรองนายกรัฐมนตรี โดยในวันที่ 6 ส.ค…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



