ข้ามไปยังเนื้อหา

ออกหมายจับชาวลาว ก่อเหตุชิงทอง 13 ล้านบาท หลบหนีข้ามแดนไป สปป.ลาว

อัปเดตเมื่อ: 7 สิงหาคม 2569 เวลา 13:42อ่าน 3 นาที

ออกหมายจับชาวลาว ก่อเหตุชิงทอง 13 ล้านบาท หลบหนีข้ามแดนไป สปป.ลาว
แชร์ข่าวนี้

ความคืบหน้าคดีผู้ก่อเหตุบุกชิงทองคำหนัก 184 บาท กลางห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ก่อนหนีข้ามแดนกบดานไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา

อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

ล่าสุด เมื่อวันที่ (7 ส.ค.2569) ตำรวจ สภ.เชียงของ จ.เชียงราย ลงพื้นที่ตรวจสอบรถจักรยานยนต์ ที่ผู้ก่อเหตุชายชาว 2 คน ใช้หลบหนีหลังก่อเหตุ

โดยผู้ก่อเหตุทิ้งรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นรถที่เช่ามาจอดทิ้งไว้ริมแม่น้ำโขง ก่อนนั่งเรือข้ามฟากไปยังฝั่ง สปป.ลาว แต่จากการรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด พยานบุคคล

รายละเอียดเพิ่มเติม

และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จนสามารถขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาได้ 1 คน คือ นายคำทิด พรปะสิด หรือ นายสมทราย ทิพวัน สัญชาติลาว ซึ่งเชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อเหตุ ขณะที่

สภ.เชียงของ ได้ประสานไปยังกองบัญชาการป้องกันความสงบ แขวงบ่อแก้ว ให้ช่วยติดตามจับกุมตัวนายคำทิด และพวกอีก 1 คนแล้ว

ในเบื้องต้นพบเสื้อผ้าของผู้ต้องหาในเมืองห้วยทรายตรงกันข้ามแม่น้ำโขงกับ อ.เชียงของ แต่ทั้ง 2 คน ได้หลบหนีออกจากเมืองห้วยทรายไปแล้ว

สถานการณ์ล่าสุด

โดยพบรถจักรยานยนต์ที่ใช้หลบหนีถูกนำไปจอดทิ้งไว้ที่บ้านญาติ ที่แขวงหลวงน้ำทา ใน สปป.ลาว ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย อยู่ระหว่างประสานงานกับเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว

เพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประกาศตั้งเงินรางวัลนำจับ 100,000 บาท สำหรับผู้ที่แจ้งข้อมูลหรือเบาะแสอันเป็นประโยชน์จนสามารถนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาได้

ร้านทองโคราชคุมเข้มหวั่นซ้ำรอยเชียงของ ขณะที่ จ.นครราชสีมา ได้ยกระดับมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย โดย นายสุเทพ ณัฐกานต์กนก

มุมมองและผลกระทบ

ที่ปรึกษาสมาคมผู้ค้าทองคำจังหวัดนครราชสีมา และผู้บริหารร้านทองกรุงเทพ เปิดเผยว่า ร้านทองในเขตเทศบาลนครราชสีมา กว่า 100 แห่ง ได้ประสานการทำงานร่วมกับตำรวจอย่างใกล้ชิด

โดยเชื่อมโยงระบบวิทยุสื่อสารกับศูนย์วิทยุตำรวจ และศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 หากเกิดเหตุฉุกเฉิน สามารถแจ้งเหตุ พร้อมระบุพิกัดได้ทันที รวมถึง มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ระบบสัญญาณเตือนภัย

และอุปกรณ์สื่อสารทุกวัน เพื่อให้พร้อมใช้งานตลอดเวลาทำให้ จ.นครราชสีมา แทบจะไม่มีคดีชิงทรัพย์ร้านทองเกิดขึ้น ด้าน พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

(ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการร้านทองกว่า 110 แห่ง ในเขตเมืองนครราชสีมา เพื่อกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย ทั้งการติดตั้งประตูนิรภัย

กล้องวงจรปิด ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน การคัดกรองลูกค้าก่อนเข้าร้าน รวมถึงกำชับทุกสถานีตำรวจให้เพิ่มสายตรวจ ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ

เพื่อให้สามารถเข้าระงับเหตุและติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว สำหรับสถิติปี 2569 จ.นครราชสีมา พบคดีเกี่ยวกับร้านทองจำนวน 2 คดี ได้แก่

คดีพยายามชิงทรัพย์ร้านทองในอำเภอเมืองนครราชสีมา เมื่อเดือน ม.ค.2569 และคดีผู้ก่อเหตุชาวจีนใช้ค้อนทุบตู้กร…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยพีบีเอส · ออกหมายจับชาวลาว ก่อเหตุชิงทอง 13 ล้านบาท หลบหนีข้ามแดนไป สปป.ลาว
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง