‘หมอเปรม’ เปิดสถิติ 20 ปี ภัยพิบัติถล่มไทย เศรษฐกิจสูญกว่า 2.2 ล้านล้านบาท
อัปเดตเมื่อ: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 12:37อ่าน 3 นาที

หมอเปรม เปิดสถิติ20 ปี ภัยพิบัติถล่มไทย เศรษฐกิจสูญกว่า 2.2 ล้านล้านบาท ดับ 10,549 ชีวิต “เปรมศักดิ์” ชี้ถึงเวลารื้อระบบรับมือภัย ดันกองทุนผู้ประสบภัย พร้อมผ่าตัดโครงสร้างการเงิน
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
EMS ก่อนวิกฤตหนักกว่าเดิม 16 สิงหาคม 2569 นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาปฏิรูปการบริหารจัดการภาวะวิกฤตและการแพทย์ฉุกเฉินโดยเทคโนโลยีดิจิทัล
ในคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา เปิดเผยผลการประชุมคณะทำงาน ครั้งที่ 6 ซึ่งได้พิจารณาสถานการณ์งบประมาณ การบริหารจัดการภาวะวิกฤต
รายละเอียดเพิ่มเติม
และระบบการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อประกอบการศึกษาเรื่อง “การปฏิรูปการบริหารจัดการภาวะวิกฤตและการแพทย์ฉุกเฉิน โดยเทคโนโลยีดิจิทัล” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า
ข้อมูลที่นำเข้าสู่ที่ประชุมสะท้อนสถานการณ์น่ากังวลว่า ตลอด 20 ปี ระหว่าง พ.ศ.2547-2567 ประเทศไทยเผชิญภัยพิบัติซ้ำแล้วซ้ำเล่า สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมสูงถึง 2.2 ล้านล้านบาท
ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 68 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตถึง 10,549 คน ขณะที่ความรุนแรงและความซับซ้อนของภัยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่การลงทุนเพื่อสร้างระบบรับมือในอนาคตยังไม่เพียงพอ ทั้งนี้
สถานการณ์ล่าสุด
โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดเหตุการณ์หนึ่ง คือ คลื่นสึนามิเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ซึ่งถล่มชายฝั่งอันดามัน มีผู้เสียชีวิตและสูญหายรวม 8,345 คน บาดเจ็บ 8,457 คน
ความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 55,700 ล้านบาท ขณะที่มหาอุทกภัยปี 2554 สร้างความเสียหายมหาศาลถึง 1.87 ล้านล้านบาท โดยเมื่อวิเคราะห์ภัยพิบัติสำคัญ 95 เหตุการณ์ในรอบ 20 ปี พบว่า ร้อยละ 67
เป็นอุทกภัยและภัยแล้ง โดยภัยแล้งมีตัวเลขประชาชนได้รับผลกระทบสะสมจากการนับซ้ำในแต่ละวาระถึง 151 ล้านคน หรือเกือบ 42 ล้านครัวเรือน นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า
มุมมองและผลกระทบ
ตัวเลขทั้งหมดเป็นสัญญาณเตือนว่า ภัยพิบัติไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วจบ แต่เป็น “ความเสี่ยงเชิงระบบ” ที่พร้อมกลับมาสร้างความสูญเสียได้ตลอดเวลา
หากประเทศไทยยังไม่ลงทุนสร้างความพร้อมและปฏิรูปโครงสร้างการเงินการคลังอย่างจริงจัง ความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจอาจยิ่งรุนแรงขึ้นในอนาคต นอกจากน้้น
คณะทำงานยังให้ความสำคัญกับการจัดตั้ง “กองทุนเพื่อการสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัย” ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ พร้อมเดินหน้าแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
พ.ศ.2550 เพื่อสร้างกลไกทางการเงินที่มีความคล่องตัวและยั่งยืน เนื่องจากกฎหมายเดิมใช้มานานกว่า 18 ปี ขณะที่รูปแบบภัยพิบัติเปลี่ยนไปอย่างมาก ทั้งถี่ขึ้น ซับซ้อนขึ้น และรุนแรงขึ้น
การพึ่งพางบประมาณรายจ่ายงบกลางเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่ทันต่อสถานการณ์ สำหรับ ข้อมูลตั้งแต่ปี 2546-2569 พบว่า รัฐจัดสรรงบช่วยเหลือผู้ประสบภัยรวม 123,667 ล้านบาท เฉลี่ยประมาณ 5,300
ล้านบาทต่อปี ส่วนปีงบประมาณ 2569 ตั้งงบกลางสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยไว้ 25,099 ล้านบาท แนวทางปฏิรูปจึงต้องเปลี่ยนจากการเยียวยาแบบ “ปีต่อปี” ไปสู่กา…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



