หลังเปิดสภา 25 ส.ค. การเมืองร้อนกลางสายฝน ล็อกเป้าซักฟอกถล่ม’อนุทิน’
อัปเดตเมื่อ: 23 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

แน่นอนว่าไคลแมกซ์การเมืองในช่วงการประชุมสภาสมัยล่าสุด ที่จะเริ่มเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร 25 ส.ค.นี้เป็นต้นไป คือ ศึกซักฟอก เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล
ประเด็นสำคัญ
ที่ยังไม่ชัดว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบใด จะยื่นซักฟอกอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย คนเดียว
แบบสภาสมัยที่แล้วที่พรรคประชาชนยื่นญัตติซักฟอกแพทองธาร ชินวัตร คนเดียว แล้วอภิปรายภาพรวมกระทรวงต่างๆ หรือจะอภิปรายรัฐมนตรีแบบรายบุคคล
รายละเอียดเพิ่มเติม
คือมีอนุทินเป็นเป้าหลักที่ฝ่ายค้านต้องการทุบให้เดี้ยง-ถล่มให้อ่วมกลางห้องประชุมสภา แต่ก็จะมีรัฐมนตรีบางคนรวมอยู่ด้วย เช่น ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลฯ
เพราะหากไม่มีการอภิปรายไชยชนกในเรื่องโครงการ TH-AI Passport ที่ฝ่ายค้านออกมาชี้เป้าว่าโครงการดังกล่าวมีปัญหาหลายส่วน แต่แล้วกลับไม่อภิปรายไชยชนก มันก็จะกลายเป็นมวยล้มต้มคนดู
ฝ่ายค้านก็จะเสียทางการเมือง ทำนองปั่นเยอะแต่ไม่มีข้อมูล ผนวกกับไชยชนกก็เป็นถึงเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และลูกเนวิน ชิดชอบ ผู้ยิ่งใหญ่พรรคสีน้ำเงิน หากฝ่ายค้านต้องการทุบ-บดขยี้
สถานการณ์ล่าสุด
ระบอบสีน้ำเงิน การยื่นซักฟอก อนุทิน-ไชยชนก จึงตอบโจทย์ที่สุดในการทุบสีน้ำเงินกลางสภา ถ้าเป็นแบบนี้ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ศึกซักฟอกที่จะมีขึ้นอาจจะไม่ได้มีการอภิปรายอนุทินคนเดียว
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะไปถึงฉากไคลแมกซ์ ศึกซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่อาจเกิดขึ้นช่วงกันยายน-ตุลาคม ก็พบว่าเปิดสภามาก็มีวาระร้อน การเมืองกลางฤดูฝน รอคิวเปิดตั้งแต่หัววันหลังเปิดสภา
ไล่ตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค. ที่วิปรัฐบาลจะให้สภาพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.)
มุมมองและผลกระทบ
ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาททันที
อันเป็นเรื่องที่ค้างมาจากการเปิดประชุมสภาสมัยที่ผ่านมา เพราะสภารอผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อศาล รธน.ไฟเขียวให้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทผ่านฉลุย ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
สภาจึงต้องมาลงมติให้ความเห็นชอบย้อนหลังตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ ซึ่งแม้ว่าพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้แล้ว และมีการใช้เงินไปกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ขณะเดียวกันก็มีการเตรียมนำเงินอีก 2 แสนล้านบาทไปใช้ในการทำโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานฯ จุดนี้เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายกำลังจับตาดูกันอยู่ว่าจะมีการแบ่งเค้กอะไรกันหรือไม่ในกระทรวงต่างๆ
ในการเสนอโครงการเพื่อขอใช้เงินกู้ดังกล่าว แม้ก่อนหน้านี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จะมีการออกคำสั่งด่วน
ยกเลิกการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำเรื่องเสนอโครงการขอใช้งบดังกล่าว แต่เนื่องจากเป็นเงินจำนวนมากระดับแสนล้านบาท
ทำให้เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจับตามองอยู่ว่าจะมีการรั่วไหลหรือมีช่องโหว่ให้เกิดการทุจริตอะไรหรือไม่ คาดว่าการประชุมสภา 26 ส.ค. ที่จะพิจารณา พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทดังกล่าว
แม้การอภิปรายของฝ่ายค้านอาจไม่ได้มีผลให้เกิดการเ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



