ราชทัณฑ์เสนอเกณฑ์ลดโทษ คดีประหารต้องจำคุกขั้นต่ำ 25 ปี
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 21:35อ่าน 3 นาที

วันนี้ (24 ส.ค.2569) คณะทำงานทบทวนและพัฒนาประสิทธิภาพการบังคับโทษทางอาญา และทบทวนมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ ประชุมครั้งที่ 2/2569 ที่กระทรวงยุติธรรม
ประเด็นสำคัญ
เพื่อพิจารณาร่างกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขการลดวันต้องโทษจำคุกหรือพักการลงโทษ การประชุมมี พล.ต.ท สายเพชร ศรีสังข์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
เป็นประธาน ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง โดยมี พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์
รายละเอียดเพิ่มเติม
พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม หลังการประชุม พ.ต.ท.ประวุธ เปิดเผยสั้น ๆ ว่า ผลการประชุมวันนี้ยังไม่ถือเป็นข้อยุติ
เนื่องจากรายละเอียดของร่างกฎกระทรวงยังไม่สมบูรณ์ โดยมีรายงานในที่ประชุมว่าหลักเกณฑ์ที่นำเสนอเกี่ยวกับการกำหนดระยะเวลารับโทษขั้นต่ำสำหรับผู้ต้องขังคดีโทษสูง เบื้องต้นเสนอว่า
หากศาลมีคำพิพากษา ประหารชีวิต ผู้ต้องขังจะต้องถูกคุมขังในเรือนจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 25 ปี นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด ก่อนเข้าสู่การพิจารณาเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด ขณะที่กรณีศาลพิพากษา
สถานการณ์ล่าสุด
จำคุกตลอดชีวิต เสนอให้รับโทษจริงไม่น้อยกว่า 20 ปี ก่อนเข้าสู่การพิจารณาเลื่อนชั้น นอกจากนี้ ยังมีการเสนอเกณฑ์สำหรับนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ คดีสะเทือนขวัญ
หรือคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ซึ่งเข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา 91 แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยเสนอให้กำหนดระยะเวลารับโทษขั้นต่ำแตกต่างกันตามระดับโทษ ตั้งแต่ 5 ปี 10 ปี และ 20 ปี
เกณฑ์ทั้งหมดนี้ ยังเป็นเพียงข้อเสนอของคณะทำงานและยังไม่ได้ข้อยุติ ต้องผ่านการพิจารณาในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องก่อน หากมีการจัดทำร่างกฎกระทรวงแล้วเสร็จ
มุมมองและผลกระทบ
จึงจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกฎหมาย อีกประเด็นที่มีการติดตาม คือ บทบาทของกรมราชทัณฑ์หลัง พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 หรือกฎหมายนิรโทษกรรม มีผลใช้บังคับ
ร.ต.อ.สุรวุฒิ กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์จะมีหน้าที่รวบรวมรายชื่อและรับเรื่องร้องขอการนิรโทษกรรมจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ต้องขังหรือญาติผู้ต้องขังที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย
เบื้องต้น กลุ่มผู้ต้องขังที่อยู่ในข่ายจะเกี่ยวข้องกับคดีทางการเมืองและคดีการชุมนุมในช่วงวันที่ 1 ม.ค.2548 - 16 ก.ค.2568
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แต่กรมราชทัณฑ์ยังต้องรอหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติจากคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขก่อน จึงจะสามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้ ตามกฎหมาย
คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขจะต้องประชุมครั้งแรกภายใน 30 วัน นับแต่วันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ เพื่อกำหนดกรอบ หลักเกณฑ์ และแนวทางดำเนินการ
ก่อนส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ สำหรับจำนวนผู้ต้องขังทั่วประเทศที่อาจเข้าข่ายตามกฎหมายนิรโทษกรรม มีรายงานเบื้องต้นว่าอาจมี ไม่ถึง 10,000 คน
โดยกลุ่มที่มีจำนวนมากอาจเป็นผู้ต้องขังที่มีคดีต่อเนื่อง หรือมีคำพิพากษาหลายคดี และต้องพิจารณาคุณสมบัติเป็นรายกรณีตามหลักเกณฑ์ที่จะกำหนดขึ้น ทั้งนี้
กรอบการดำเนินงานของคณะกรรมการสร้างเสร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



