ข้ามไปยังเนื้อหา

กมธ.กฎหมายถกปม "พ่อทิพย์" ชี้อาจต้องตรวจสอบย้อนหลัง 30 ปี

อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 00:40อ่าน 3 นาที

กมธ.กฎหมายถกปม "พ่อทิพย์" ชี้อาจต้องตรวจสอบย้อนหลัง 30 ปี
แชร์ข่าวนี้

วันนี้ (13 ส.ค.2569) นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมนายปิยรัฐ จงเทพ

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รองประธาน กมธ.ฯ แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบปัญหา "พ่อทิพย์" หรือกรณีการสวมสิทธิ์บิดาเพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติไทย นายปิยรัฐ ระบุว่า

กมธ.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง โดยข้อมูลส่วนใหญ่มาจากฝ่ายปกครอง แต่พบข้อมูลที่น่าตกใจว่า ในโรงพยาบาล 8 แห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ มีกรณีที่เข้าข่ายความเสี่ยงประมาณ

รายละเอียดเพิ่มเติม

1,000-1,500 คน โดยเป็นลักษณะที่บิดาและมารดาเป็นชาวต่างชาติ แต่มีการใช้บุคคลอื่นมาแสดงตัวเป็นบิดาเพื่อขอสัญชาติไทยให้เด็ก เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองระบุว่า ขณะนี้สามารถ "หยุดเลือด"

ได้แล้ว และเตรียมใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีลักษณะนี้ในอนาคต ปัญหาสำคัญคือกรณีที่เด็กได้รับสัญชาติไทยไปแล้ว จะดำเนินการอย่างไร

รวมถึงการเพิกถอนสัญชาติและสถานะของเด็กหลังจากนั้น โดยเฉพาะการตรวจสอบด้วยดีเอ็นเอ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายอย่างน้อยคนละ 3,000 บาท รวมถึงค่าใช้จ่ายในการสืบสวนติดตาม

สถานการณ์ล่าสุด

ทำให้ขณะนี้ยังติดข้อจำกัดด้านงบประมาณ นายปิยรัฐ ย้ำว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนใหม่เมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา พบความผิดปกติในโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ย่านถนนศรีนครินทร์

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองยังไม่เคยพบข้อมูลดังกล่าว จึงเตรียมประสานตรวจสอบเพิ่มเติม ขณะที่นายรังสิมันต์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

การจัดการกับกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว และการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ โดยยอมรับว่า แม้ข้อมูลของทางการจะเชื่อมโยงไปถึงลักษณะอาชญากรรมข้ามชาติ

มุมมองและผลกระทบ

แต่การดำเนินคดียังไม่สามารถทลายเครือข่ายได้อย่างจริงจัง ส่วนใหญ่ยังเป็นการจัดการกับผู้เกี่ยวข้องรายย่อย นายรังสิมันต์ ระบุว่า การตรวจสอบครั้งนี้อาจต้องย้อนกลับไปถึง 30 ปี

เนื่องจากพบว่ามีบางกรณีเด็กที่ได้รับสัญชาติไทยและมีอายุถึง 23 ปีแล้ว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หน่วยงานรัฐยังไม่มีแผนที่ชัดเจนในการคลี่คลายปัญหาทั้งระบบ

ทั้งจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและการประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ทั้งนี้ ข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครองยังไม่สามารถเชื่อมโยงเป็นฐานข้อมูลเดียวกัน ทำให้การตรวจสอบทำได้ยาก

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

พร้อมเสนอให้รัฐใช้ทั้งการตรวจสอบเชิงปริมาณ เช่น การจัดกลุ่มแม่ต่างด้าวที่มีความเสี่ยง และการตรวจสอบเชิงคุณภาพ เช่น ฐานะทางการเงิน เอกสารภาษี หรือข้อมูลการใช้บริการโรงพยาบาล

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ปัญหานี้อาจมีการทุจริตเกี่ยวข้องทั้งจากเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลภายนอก จึงต้องขยายผลไปถึงผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาล

รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและพิจารณามาตรการยึดหรืออายัดทรัพย์ หากพบการกระทำผิด พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงการประชาสัมพันธ์หรือแสดงท่าที

แต่ต้องทำให้เกิดการปราบปรามและป้องกันอย่างเป็นรูปธรรม อ่านข่าว กบง.เห็นชอบดึงกำไรส่วนเกิน 4,475 ล้าน…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยพีบีเอส · กมธ.กฎหมายถกปม "พ่อทิพย์" ชี้อาจต้องตรวจสอบย้อนหลัง 30 ปี
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง