อนุสรณ์ ห่วงส่งออกไทย เจอเอฟเฟ็กต์ ม.301 ชงเปิดประชุมกมธ.เงินกู้ 4 แสนล้านด่วน รับมือกำแพงภาษีรอบใหม่
อัปเดตเมื่อ: 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 20:29อ่าน 3 นาที

ผลกระทบมาตรา 301 ต่อภาคส่งออกไทย เสี่ยงส่งออกชะลอช่วงครึ่งปีหลัง ปัญหากีดกันการค้าจะเกิดจากประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน มากกว่าแรงงานบังคับ เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญภาวะขาดดุลสามมิติ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เสนอเรียกประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พ.ร.ก.เงินกู้สี่แสนล้านบาท ให้หน่วยงานเสนอโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานรับมือวิกฤติพลังงานระลอกใหม่ รับมือกำแพงภาษีรอบใหม่ เมื่อเวลา 16.30 น.
วันที่ 26 กรกฎาคม รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชนและรองประธานกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
ต้องมีการประเมินผลกระทบมาตรา 301 ต่อภาคส่งออกไทยให้ชัดเจน และเตรียมการในการรับมือให้ดี คาดว่ามีความเสี่ยงมากขึ้นที่ภาคส่งออกของไทยจะชะลอลงช่วงครึ่งปีหลัง
ปัญหากีดกันการค้าจะเกิดจากประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน มากกว่า แรงงานบังคับ กรณีแรงงานบังคับนั้น สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) เสนอจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมสองอัตรา ได้แก่
อัตรา 10% กลุ่มประเทศที่มีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ หรือมีมาตรการบางส่วนที่ช่วยป้องกันนำเข้าสินค้าดังกล่าวและจัดเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 12.5%
สถานการณ์ล่าสุด
สำหรับกลุ่มประเทศที่เหลือ ไทยและเวียดนามอยู่ในกลุ่มประเทศที่อาจเจออัตราภาษี 12.5%
ขณะที่อินโดนีเซียและมาเลเซียมีข้อตกลงกับสหรัฐฯเกี่ยวกับการป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับไปแล้วจึงไม่เจอภาษีเพิ่มขึ้นจากประเด็นแรงงานบังคับ รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวว่า
อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าผลกระทบต่อภาคส่งออกไทยด้วยอัตราภาษีสูงขึ้นจากประเด็นแรงงานบังคับยังจำกัด เพราะเมื่อนำเอารายการสินค้าที่ยังคงได้รับการยกเว้นภาษี (2,120 รายการ
มุมมองและผลกระทบ
ประมาณครึ่งหนึ่งของการส่งออกไทยไปสหรัฐ) ผลกระทบต่อภาพรวมการส่งออกจากประเด็นปัญหาแรงงานบังคับจึงยังจำกัดอยู่ แต่จะมีกลุ่มอุตสาหกรรมที่ไม่ได้รับการยกเว้น เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งทอ
อาจกระทบมูลค่าส่งออกได้หากไม่มีการยกระดับมาตรฐานแรงงานให้ดีขึ้น รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวอีกว่า ไทยมีความเสี่ยงมากจากการถูกเก็บภาษีเพิ่มเติมด้วยอำนาจมาตรา 301 ของสหรัฐ
จากประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน โดยสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐอาจตั้งประเด็นนโยบายอุตสาหกรรมของไทยที่มีการอุดหนุนโดยตรง การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษ การส่งเสริมการส่งออกของรัฐ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ก่อให้เกิดการผลิตที่สูงเกินความต้องการมากๆและมีการระบายสินค้าสู่ตลาดโลกและตลาดสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตภายในและแรงงานในสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ
อาจเชื่อมโยงประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินเข้ากับ การลงทุนของกลุ่มทุนจีนในไทย โดยมองว่าการลงทุนดังกล่าวเป็นการย้ายกำลังการผลิตส่วนเกินของจีนมายังประเทศไทย
และใช้เป็นฐานในการระบายสินค้า ส่งออกไปยังสหรัฐฯและตลาดโลก สร้างผลกระทบต่อผู้ผลิตภายในสหรัฐฯ ประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินจะกลายเป็นข้ออ้างในการตั้งกำแพงภาษีต่อสินค้าส่งออกจากไทย
และเป็นความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดต่อภาคส่งออกไทยในช่วงครึ่งปีหลังโดยเฉพาะกล…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



