ชงครม.ขยายคุ้มครองผู้ประกันตน ม.33 ครอบคลุมลูกจ้างเกษตร-หาบเร่-แม่บ้าน
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 10:49อ่าน 3 นาที

กระทรวงแรงงาน ชง พ.ร.ก.ขยายความคุ้มครองผู้ประกันตน มาตรา 33 ครอบคลุม ลูกจ้างเกษตร-หาบเร่แผงลอย-แม่บ้าน ขณะที่ พม. เสนอร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เพิ่มมิติเศรษฐกิจ พร้อมกำหนดบทลงโทษเหมาะสมได้สัดส่วน-คดีความรุนแรงในครอบครัวยอมความไม่ได้ เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 25 ส.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน
เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (25 ส.ค.) กระทรวงแรงงานเสนอ 2 เรื่องคือ จากการที่ผู้อำนวยการใหญ่แรงงานระหว่างประเทศ ได้ริเริ่มภาคีเครือข่ายด้านความเป็นธรรมทางสังคมระดับโลก
รายละเอียดเพิ่มเติม
(Global Coalition for Social Justice) ขณะนี้มีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมกว่า 400 หน่วย
วันนี้ประเทศไทยมีความพร้อมจะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมครม.เพื่อให้ความเห็นชอบที่จะเข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าวเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และผลักดันสิทธิแรงงาน รวมถึงพัฒนาที่ยั่งยืน นอกจากนี้
กระทรวงแรงงานจะเสนอพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การขยายความคุ้มครองของสำนักประกันสังคมในมาตรา 33 เนื่องจากมีกลุ่มอาชีพที่ถูกยกเว้นตามพ.ร.ก.ประกันสังคม จึงต้องการขยายความคุ้มครองให้มากขึ้น
สถานการณ์ล่าสุด
โดย 3 กลุ่มที่จะได้รับการเพิ่มเติมเข้ามาในมาตรา 33 คือ ลูกจ้างของกลุ่มทำการเพาะปลูก ป่าไม้ และเลี้ยงสัตว์ กลุ่มลูกจ้างของแม่ค้าหาบเร่แผงลอย
และกลุ่มลูกจ้างของกลุ่มที่เป็นแรงงานในครัวเรือนหรือแม่บ้าน เมื่อพ.ร.ก.ได้รับความเห็นชอบจากครม.และส่งให้กฤษฎีกาพิจารณาเสร็จแล้ว เมื่อประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา
จะมีระยะเวลาหลังจากประกาศตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นเข้าใจว่า 180 วัน จากนั้น แรงงานทั้ง 3 กลุ่ม จะได้รับสิทธิ์เข้าสู่ระบบประกันสังคม โดนจ่ายสบทบจากนายจ้าง ลูกจ้าง
มุมมองและผลกระทบ
และรัฐ เพื่อให้มีความมั่นคงในชีวิต นอกจากนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะเสนอร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว
ซึ่งเป็นการปรับแก้กฎหมายเพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติของความรุนแรง โดยปรับเป็น 4 ด้านจาก 3 ด้าน คือ ด้านร่างกาย จิตใจ เพศ และเศรษฐกิจ
รวมถึงการสร้างมาตรการที่คุ้มครองรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ โดยเจ้าหน้าที่จะมีอำนาจที่ชัดเจนในการให้ความช่วยเหลือ มีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน การดำเนินการจะมีความเป็นธรรม
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และมีมาตรฐาน ที่สำคัญเรื่องความรุนแรงในครอบครัวจะเป็นคดีที่ไม่สามารถยอมความได้ มีการกำหนดบทลงโทษที่เหมาะสม และได้สัดส่วนกับการใช้ความรุนแรง และสภาพของผู้ถูกกระทำ
มีการกำหนดบทลงโทษที่มากขึ้น กรณีที่ทำซ้ำหรือกระทำต่อเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี รวมถึงการสร้างฐานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นกลไกที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
และเป็นโครงสร้างกฎหมายที่มีความชัดเจน รมว.แรงงาน ยืนยันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกวันนี้ในสังคมมีข่าวลักษณะนี้จำนวนมาก ดังนั้น
จะมีกฎหมายที่ทำให้คนไทยได้อยู่ในครอบครัวด้วยความมั่นใจ และมีความปลอดภัย
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



