หนีระทึก! เจ้าหน้าที่ไทยรวบหนุ่มชาวลาวแอบขนยาบ้าข้ามน้ำโขง 4 แสนเม็ด
อัปเดตเมื่อ: 20 สิงหาคม 2569 เวลา 15:01อ่าน 2 นาที

หนีระทึก!
เจ้าหน้าที่ไทยรวบหนุ่มชาวลาวแอบขนยาบ้าข้ามน้ำโขง 4 แสนเม็ด เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม กองบังคับการควบคุมที่ 3 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2109 นำโดย ร้อยโททนงศึก สีทอนสุด ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2109 ได้นำกำลังออกลาดตระเวน บริเวณริมถนน ปากชม-เชียงกลม อ.ปากชม จ.เลย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มักจะมีการแอบลักลอบ ลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว เข้ามายังฝั่งประเทศไทยเป็นประจำ จึงได้นำกำลังออกลาดตระเวนและได้จัดกำลังซุ่มเฝ้าตรวจพื้นที่ เพื่อปฏิบัติการตามแผนกวาดล้างยาเสพติดตามแนวชายแดน ขณะเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนพื้นที่บ้านปากเนียม หมู่ 5 อ.ปากชม จ.เลย พบรถจักรยานยนต์ บรรทุกกระสอบสีดำ ขับขึ้นมาจากริมตลิ่งแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่จึงได้ประสาน ชุดร่วมกับเจ้าหน้าที่ สภ.ปากชม ให้ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด บริเวณถนนปากชม-สังคม เมื่อรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เห็นว่ามีจุดตรวจ/จุดสกัด และเจ้าหน้าที่ได้ให้สัญญาณหยุดรถ เพื่อทำการตรวจสอบ แต่รถจักรยานยนต์ได้เร่งความเร็วขับมุ่งหน้ามาในตัวอำเภอปากชม จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ไล่ติดตามรถจักรยานยนต์ไปอย่างกระชั้นชิด ไปจนถึงบริเวณริมถนนปากชม-เชียงกลม พื้นที่บ้านปากชม หมู่ 1 ต.ปากชม อ.ปากชม จ.เลย ได้เห็นคนขับรถจักรยานยนต์ได้ทิ้งกระสอบสีดำที่บรรทุกมาลงข้างถนน ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถไล่ติดตามและควบคุมตัวไว้ได้ ซึ่งห่างจากจุดทิ้งกระสอบสีดำประมาณ 500 เมตร ทราบชื่อ ท้าวอนุชา แสงเพ็ต อายุ 21 ปี ราษฎร สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวท้าวอนุชามายังจุดที่ทิ้งกระสอบสีดำ ซึ่งท้าวอนุชาได้ยอมรับว่า เป็นคนที่ทิ้งกระสอบสีดำนั้นจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมตรวจสอบ ผลการตรวจสอบ พบเป็นกระสอบสีดำ 2 กระสอบ ภายในบรรจุเป็นยาบ้า จำนวน 67 แพค รวมยาบ้าทั้งสิ้น 406,000 เม็ด เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางยาบ้า และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 110 สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน พร้อมแจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยการมีไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายอันเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และการกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัย ของประชาชนทั่วไปโดยผิดกฎหมาย และได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.ปากชม ดำเนินคดีต่อไป
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



