ศ.ดร.นพ.พลเทพ เปิดไทม์ไลน์ 5 ปี 30 วัน ก่อนขึ้น ‘ศาสตราจารย์’ ในวัย 33
อัปเดตเมื่อ: 11 สิงหาคม 2569 เวลา 09:13อ่าน 3 นาที

ศ.ดร.นพ.พลเทพ เปิดไทม์ไลน์ 5 ปี 30 วัน ก่อนขึ้น ‘ศาสตราจารย์’ ในวัย 33 จากกรณี มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งพนักงานมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นคือ รองศาสตราจารย์พลเทพ วิจิตรคุณากร สังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาระบาดวิทยา สังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 นั้น อ่านข่าว – พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งศาสตราจารย์ 7 ราย จาก 5 มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศ.ดร.นพ.พลเทพ วิจิตรคุณากร โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดเผยเส้นทางสู่ตำแหน่ง “ศาสตราจารย์” ในวัย 33 ปี ดังนี้ 33 ปี เป็นศาสตราจารย์ได้อย่างไร?
อ่านข่าวในหมวด ต่างประเทศ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ใน 5 ปี 30 วันนับจากวันบรรจุ — แล้วทำอะไรต่อดี?
วันนี้ขอบันทึกอีกหนึ่งก้าวสำคัญของชีวิตครับ เพิ่งได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ เมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 (เพิ่งมีเวลาตกผลึกได้โพส) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ถ้ามองจาก timeline อย่างเดียว อาจดูเหมือนจะวางแผนเรื่องตำแหน่งวิชาการมาตลอด แต่ความจริง…
รายละเอียดเพิ่มเติม
แต่ละช่วงไม่เหมือนกันเลย เส้นทางตำแหน่งวิชาการ อาจารย์ – 2 มกราคม 62 | อายุ 28 ปี ผศ. – 6 มกราคม 63 | อายุ 29 ปี | ใช้เวลา 1 ปี 4 วัน (เกณฑ์ขั้นต่ำ 1 ปี) รศ. – 7 มกราคม 65 | อายุ 31 ปี | ใช้เวลา 2 ปี 1 วัน (เกณฑ์ขั้นต่ำ 2 ปี) ศ. – 1 กุมภาพันธ์ 67 | อายุ 33 ปี | ใช้เวลา 2 ปี 25 วัน (เกณฑ์ขั้นต่ำ 2 ปี) รวมจากอาจารย์ → ศาสตราจารย์ 5 ปี 30 วัน แต่สิ่งที่อยากแชร์จริง ๆ ไม่ใช่วิธี “ทำตำแหน่งให้เร็ว” เพราะสิ่งที่แต่ละช่วงสอนผมต่างกันมาก ตอน ผศ. – นับวัน วางแผน แต่ไม่ค่อยรู้เกณฑ์ ตอนเริ่มเป็นอาจารย์ ก็ตั้งใจชัดเจนว่า เมื่อครบเกณฑ์ 1 ปีจะยื่น พอเริ่มรู้สึกว่า “ใกล้ถึงเวลาแล้ว” แต่ผลงานยังขาดอีกนิด ผมมีข้อมูลวิจัยที่ทำไว้แล้วอยู่ชุดหนึ่ง เลยเร่งปิดงาน วิเคราะห์ เขียน และปั่น paper ชิ้นนั้นให้ตีพิมพ์ทันช่วงเวลาที่จะยื่น ช่วงนั้นสอนตัวเราเองว่า รู้เกณฑ์ให้ชัด แล้ววางแผนย้อนกลับว่าเรายังขาดอะไร บางครั้งเราไม่ได้ขาดโอกาส แต่แค่ยังไม่ได้ทำของที่มีอยู่ให้เสร็จ ตอน รศ. – แทบไม่ได้สะสมผลงานเพื่อ รศ. ช่วงนี้กลับตรงกันข้าม ทำงานที่ตัวเองชอบ (ช่วยงานศูนย์วิจัยปัญหาสุรา [ศวส] และสอนวิจัยนักศึกษาแพทย์) ได้ทำงานที่มีประโยชน์ต่อสังคม เลือกคำถามจากปัญหาจริง และพยายามเลือกงานที่เชื่อว่าจะมี Real-World Impact พอถึงเวลาหนึ่ง กลับพบว่าผลงานครบสำหรับยื่น รศ. ไปแล้ว (ส่งงานวิจัยไป 6 เรื่อง) นี่เป็นบทเรียนที่สำคัญมาก อย่าทำวิจัยเพียงเพื่อให้ “นับได้” ทำงานที่มีความหมาย แล้วตำแหน่งจะเป็นผลลัพธ์ตามมา ตอน ศ. – ตั้งใจอีกครั้ง แต่ไม่อยากแลกคุณภาพกับความเร็ว ตอนยื่น ศ. ผมส่งผลงานวิชาการไป 18 เรื่อง และหนังสือ 1 เล่ม จริง ๆ ตั้งใจจะยื่นทันทีที่ครบเกณฑ์ 2…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



