จับตา‘กลุ่มเสี่ยง’ พ้นโทษ5พันคน!
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

ยธ.นั่งไม่ติดเรียกถกคดีสะเทือนขวัญ ผวา!
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
สั่งเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงภัยสังคม 5 พันคน พร้อมผนึก มท.ยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่ ขณะที่ 9 เครือข่ายจิตอาสายื่นหนังสือ ผลักดันโทษประหารชีวิตฆาตกรรมร้ายแรง-ทำความผิดซ้ำซาก ด้าน "กรวีร์" เบรกเอี๊ยดเตือนต้องยึดหลักฐานจริงไม่ใช่ทำตามความสะใจสังคม "บิ๊ก ตร." เต้นสั่งตรวจสอบมือฆ่าครอบครัวรัสเซียรับยาจากตำรวจห้วยใหญ่ ส่งตัว "ฟลุก" กลับศาลพัทยา หลังเค้นสอบเพิ่ม ยังไม่พบโยงเหยื่อต้องสงสัยรายที่ 6 เมื่อวันจันทร์ ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในการประชุมหารือการดำเนินการ กรณีผู้ต้องหาคดีสังหาร 2 พี่น้องชาวรัสเซีย และพ่อแม่ลูกชาวไทย 3 ราย โดยระบุว่า จากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมดำเนินคดีนายฑณา หรือป๋อง เกิดทอง กับพวกรวม 4 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนนำศพไปฝังอำพรางในพื้นที่ป่ามะพร้าว ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ต่อมาได้ขยายผลจนนำไปสู่การพบศพพ่อแม่ลูกชาวไทย 3 รายที่ถูกฝังอำพรางในบริเวณใกล้เคียง โดยที่ประชุมวันนี้ได้หารือถึงแนวทางการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม ทั้งในส่วนของผู้ต้องหาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย การเยียวยาครอบครัวผู้เสียหาย และการเฝ้าติดตามพฤติกรรมผู้พ้นโทษในคดีต่างๆ พล.ต.ท.รุทธพลระบุว่า โดยข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์พบว่า ผู้ต้องหาสองรายคือ นายฑณา เกิดทอง และนายธงชัย ศรีนิล เป็นอดีตผู้ต้องขังที่ถูกควบคุมตัวตามคำพิพากษาของศาลอย่างเคร่งครัด และพ้นโทษตามกำหนดหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว และผู้ต้องขังดังกล่าวมิได้รับสิทธิประโยชน์ใดเป็นกรณีพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการพระราชทานอภัยโทษ การพักการลงโทษหรือการลดวันต้องโทษแต่อย่างใด อีกทั้งมิได้ปล่อยปละละเลยหรือยุติบทบาทในการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ “กระทรวงยุติธรรมพร้อมที่จะประสานข้อมูลพฤติกรรมเชิงลึกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และร่วมกันอุดช่องว่างเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเต็มที่” พล.ต.ท.รุทธพลกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.รุทธพลได้สั่งการให้กรมคุมประพฤติดำเนินการทบทวนและคัดกรองผู้ที่อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังตามมาตรการ JSOC (พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ) ประมาณ 5 พันคนทั่วประเทศ เพื่อจำแนกผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีพฤติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสังคม ให้เป็นบุคคลที่ต้องเฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษ โดยกำหนดมาตรการระดับพื้นที่ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยอย่างใกล้ชิด ในรูปแบบคณะทำงาน เพื่อขับเคลื่อนกลไกเฝ้าระวังผู้กระทำความผิดภายหลังพ้นโทษในระดับพื้นที่ เพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำและลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุร้าย โดยในจำนวน 5 พันคนคือผู้ต้องขังเด็ดขาดจากกรณีก่อเหตุอุกฉกรรจ์ และได้รับการพ้นโทษปล่อยตัวออกจากเรือนจำ โดยภารกิจของศูนย์ JSOC หรือศูนย์เฉพาะกิจเฝ้าระวังคว…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



