พรรคประชาชน ประณามเหตุรุนแรงภาคใต้ ชง 5 ข้อรัฐทบทวนระบบข่าวกรอง-ความมั่นคง
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 10:39อ่าน 3 นาที

‘พรรคประชาชน’ ประณามคนก่อเหตุรุนแรงภาคใต้ ชง 5 ข้อรัฐทบทวนระบบข่าวกรอง-ความมั่นคง นำสู่การป้องกันเหตุ ควบคู่การเจรจาสันติภาพ ระบุปมส.ส.พรรควิจารณ์เบี่ยงประเด็น
ประเด็นสำคัญ
เจ้าหน้าที่รัฐยิงวัยรุ่น รอรัฐให้ข้อมูลจริง เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 25 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน
แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา พรรคประชาชน ถึงเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า สืบเนื่องมาจากวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา
รายละเอียดเพิ่มเติม
คืนเดียวมีเหตุระเบิดและวางเพลิงรวมกัน 51 จุด และยังมีเหตุการณ์ต่อเนื่องหลังจากวันนั้นด้วย ตนและพรรคประชาชน ขอประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้น
โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากผู้ก่อความไม่สงบ นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถึง 51 จุด รวมถึงตลอดช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีการใช้งบประมาณกว่า 7
แสนล้านบาทในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้นพรรคประชาชนคิดจึงมีข้อเสนอ 5 ข้อที่อยากให้ฝ่ายรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงกลับไปทบทวนคือ
สถานการณ์ล่าสุด
1.ระบบข่าวกรองซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันเหตุจะต้องเปลี่ยนจากระบบข่าวกรองในเชิงรับรู้เหตุการณ์ ไปสู่การป้องกันเหตุคือรับรู้ วิเคราะห์ ประเมินความเสี่ยง
แลกเปลี่ยนระหว่างหน่วยงานและส่งถึงเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อนำไปใช้ในการป้องกันเหตุและการท่วงที นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า 2.ระบบข่าวกรองต้องสร้างความไว้วางใจจากประชาชนให้ได้
เพราะการข่าวจากชุมชนและประชาชนมีความสำคัญอย่างยิ่ง จึงต้องสร้างความมั่นใจจากภาครัฐว่า ให้ข้อมูลข่าวสารแล้วจะต้องมีความปลอดภัย เราจึงต้องทำงานร่วมกับผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา
มุมมองและผลกระทบ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักการเมืองท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นระบบ 3.ต้องทำให้หน่วยงานความมั่นคงมีการแลกเปลี่ยน ข้อมูลระหว่างกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งหน่วยงานทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายข่าวกรอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราต้องทำให้ข้อมูลความมั่นคงถูกแลกเปลี่ยนและนำมาใช้ร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ นายณัฐพงษ์
กล่าวอีกว่า 4.การข่าวชายแดนต้องเชื่อมโยงกับการสร้างความร่วมมือกับเพื่อนบ้านกับต่างประเทศ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวระหว่างบุคคล เครือข่าย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
การเคลื่อนไหวและเส้นทางที่อาจเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุข้ามพรมแดน และ 5.การพูดคุยสันติภาพต้อง ควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในพื้นที่
รัฐบาลต้องทำให้ช่องทางการพูดคุยเรื่องนี้มีความต่อเนื่อง มีเป้าหมายที่ชัดเจน สามารถพูดถึงต้นเหตุของการเมือง ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้อย่างตรงไปตรงมา นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า
เปิดพื้นที่ให้ผู้มีส่วนได้เสียในชายแดนภาคใต้มีส่วนร่วม ไม่ปล่อยให้กระบวนการสันติภาพเป็นแค่เรื่องของรัฐบาลกับคู่เจรจาแค่สองฝ่าย ที่สำคัญการพูดคุยไม่ใช่การให้ความชอบธรรมกับการก่อเหตุ
ในทางตรงกันข้าม การพูดคุยเป็นกระบวนการทางการเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง คือทำให้การใช้เ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



