61 ปี 7 สิงหา จากเสียงปืนในป่าเขา…เส้นทางการต่อสู้ที่ยังไม่สิ้นสุด
อัปเดตเมื่อ: 10 สิงหาคม 2569 เวลา 11:00อ่าน 3 นาที

ในวาระครบรอบ 61 ปี 7 สิงหา "วันเสียงปืนแตก " ผม " ขอกราบคารวะสดุดีหัวใจและจิตวิญญาณอันเด็ดเดี่ยวของมิตรสหา ย ทุกคน ที่ได้เสียสละชีวิต และ ชื่นชม มิตรร่วมรบที่ยังมีชีวิตอยู่
ประเด็นสำคัญ
ในสมรภูมิแห่งการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมที่ดีงาม ด้วยศรัทธาอันไม่เสื่อมคลาย ” ภารกิจเพื่อมวลชนคนยากไร้ การสร้างสรรค์สังคมที่เป็นธรรมนั้น เป็นภาระ ของเรา และเราคือผู้ลงมือสร้าง
เสียงปืนนัดแรกไม่ใช่ความปรารถนาในความรุนแรง หากแต่เป็น " จุดเริ่มต้น" ของ รอย ปริแยกของความขัดแย้งทางชนชั้นที่รัฐบีบคั้น และกระทำต่อประชาชน ด้วยความรุนแรงเกินกว่าจะทานทน
รายละเอียดเพิ่มเติม
ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่ฝังรากลึก การขูดรีดทางชนชั้น การถูกกดขี่ข่มเหง จากอำนาจรัฐ ต่อพี่น้องชาวนาและประชาชนทุกชั้นชน ประกอบการใช้อำนาจเผด็จการ
ปราบปรามอย่างโหดเหี้ยมต่อผู้รักความเป็นธรรม ล้วน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชาชนต้องเลือก สู้ด้วยกำลัง อาวุธ หลังการ ปรับตัวของอำนาจรัฐ การ ออกคำสั่ง 66/2523 เพื่อใช้กลยุทธ์
น้ำผึ้งอาบยาพิษ “การเมืองนำการทหาร” ประกอบกับเงื่อนไขทางสากล และความเห็นต่างภายในขบวน “ การตัดสินใจยุติการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ และสลายแนวรบในเขตป่าเขา
สถานการณ์ล่าสุด
จึงเป็นความจำเป็นทางประวัติศาสตร์ ที่หลีกเหลี่ยงไม่ได้ ” แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า ขบวนการของมิตรสหาย อุดมการณ์ จิตวิญญาณ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมที่ดีงาม จะสิ้นสุด ลง
" มิตรสหาย " ได้ย้ายฐานการทำงานเข้า ภูมิลำเนาของตนเอง ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านทาง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ที่พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง หลายคนก ลับ ไปใช้ ชี วิตอยู่กับครอบครัว
สืบสานภารกิจการงาน ตามเงื่อนไขของแต่ละคน หลายคนหันไปเป็นสื่อ เป็นนักวิชาการ หลายคนทำงานต่อในฐานะนักพัฒนา หลายคนผันตัวเข้าสู่พรรคการเมืองและต่อสู้ในระบบรัฐสภา พี่น้อ ง
มุมมองและผลกระทบ
จำนวนมากยังยึดมั่นต่อแนวคิด อุดมการณ์ ด้วยทักษะ ที่ ผ่านองค์การจัดตั้งและ ผ่านการ หล่อหลอม ใช้ ชีวิตรวมหมู่ มีวินัย มีวิธีคิด มีวิธีการทำงาน ที่เป็นวิทยาศาสตร์ ฯลฯ
ประสบการณ์เหล่านั้นกลาย เป็น "ต้นทุนทางการเมือง" ที่ สำคัญ ทำให้มิตร สหายได้ รับการยอมรับเป็น ผู้นำหน้า เป็นแบบอย่าง เป็น มันสมอง ในภาค ส่วนต่างๆที่พวกเขาทำงานอยู่
ในส่วนของพี่น้องมิตรสหายในชนบท หลังจากออกมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคม พวกเขาก็ได้รับการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่ สามารถเป็นผู้นำทางธรรมชาติ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และบางส่วนก็สามารถเข้าไปเป็นตัวแทนของประชาชนในองค์กรบริหารท้องถิ่นในระดับต่างๆ ในขณะที่ มิตรสหาย บางส่วนหันหลังให้กับ ความเชื่อ หลายคนดำรงชีวิตอยู่อย่างลำบาก หลายคนไม่ ประ
สบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ฯล ฯ มิตรสหายเหล่านี้ บางส่วนก็ได้รับการช่วยเหลือดูแล จากเพื่อนมิตรที่มีศักยภาพ แต่ก็ยังมีจำนวนมากที่ยังต้องการการช่วยเหลือ
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งภารกิจที่เพื่อนมิตรที่มีศักยภาพต้องเข้าไปช่วยเหลือ ทั้งนี้การช่วยเหลือนั้นต้องอยู่ในกรอบ “การยืนหยัดพึ่งตนเอง” ต้องไม่ใช่การช่วยเหลือแบบสังคมสงเคราะห์
แต่จะต้องปลุกพลังความค…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



