ศึก 7 อรหันต์ซอยสายลม เดิมพันเก้าอี้”ปธ.กสทช.”
อัปเดตเมื่อ: 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

ไม่ผิดความคาดหมายกับสภาพ วงแตก-ประชุมล่ม ที่เกิดขึ้นในการประชุม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ บอร์ด กสทช. เมื่อ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
จนต้องนัดประชุมใหม่ช่วง 5 สิงหาคม หลังที่ประชุมแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ยืนกรานว่า ตนเองยังคงมีสถานะเป็นประธาน กสทช.เหมือนเดิม แม้คณะกรรมการสรรหา
กสทช.มีมติว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง กสทช. แต่คำวินิจฉัยยังไม่สิ้นสุด เพราะในคำวินิจฉัยก็เขียนไว้เองว่า หาก นพ.สรณไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าวก็ให้ฟ้องศาลปกครองภายใน 90
รายละเอียดเพิ่มเติม
วัน โดยตัว นพ.สรณประกาศจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพราะการพ้นจากตำแหน่งต้องเป็นไปตามกฎหมาย หากยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง ก็ยังทำหน้าที่ได้ต่อ ขณะที่ กสทช.อีกปีกหนึ่ง
ที่ประกอบด้วย พิรงรอง รามสูต, ศุภัช ศุภชลาศัย และ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ เห็นแย้ง-มองต่างออกไป เพราะมองว่าหากจะเดินหน้าประชุม กสทช. โดย นพ.สรณมีปัญหาเรื่องสถานภาพ
จะก่อให้เกิดปัญหาภายหลัง โดยเฉพาะหากมีการลงมติใดๆ แล้วมีปัญหาภายหลัง อาจทำให้มติทั้งหมดถูกโต้แย้งหรือถูกเพิกถอน จนมีการเอาผิดย้อนหลัง กรรมการจึงได้เดินออกจากห้องประชุม
สถานการณ์ล่าสุด
จนสุดท้ายไม่สามารถประชุมต่อไปได้ เพราะวงแตก เหตุที่ชี้ในตอนต้นว่า ประชุมล่ม กสทช.ไม่ผิดคาด เพราะเป็นที่รู้กันดีในสังคมวงกว้างว่า “ 7 อรหันต์ กสทช.ซอยสายลม”
มีปัญหาการทำงานมาตลอดในช่วงที่ผ่านมา ที่ ไม่ใช่แค่เกาเหลา ไม่กินเส้น ไม่ลงรอย แต่มีปัญหาขัดแย้งภายในอย่างแรง มีการแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว คือฝ่ายเสียงข้างมาก 4 เสียง ที่อยู่ปีกของ
นพ.สรณ กับฝ่ายเสียงข้างน้อย 3 เสียง ที่ก็คือกรรมการ 3 คน ที่เดินออกจากห้องประชุม ซึ่งก่อนหน้านี้ ความขัดแย้งในบอร์ดมีร่องรอยการปะทุกันภายใน แต่มีข่าวออกมาให้เห็นภายนอกอยู่เรื่อยๆ
มุมมองและผลกระทบ
เพียงแต่ในจังหวะนี้ “นพ.สรณ” ถือว่าอยู่ในสภาพ เพลี่ยงพล้ำ ให้กับอีกฝั่ง หลังคณะกรรมการสรรหา กสทช.มีมติให้ นพ.สรณมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย กสทช. ยิ่งเมื่อกรรมการสรรหาฯ
ที่ลงมติด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ ถือว่าเป็นระดับผู้ใหญ่ในวงการของตัวเอง ทั้ง เกียรติพงศ์ อมาตยกุล ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลแรงงานภาค 7 และอดีตผู้พิพากษาในศาลฎีกา ที่เป็นประธานกรรมการ,
วิษณุ วรัญญู รองประธานศาลปกครองสูงสุด ที่เกือบได้เป็นประธานศาลปกครองสูงสุด แต่ถูก สว.ชุดที่แล้วโหวตคว่ำกลางที่ประชุมลับวุฒิสภา รวมถึง วิทัย รัตนากร ผู้ว่าฯ ธปท. การที่กรรมการสรรหาฯ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
มีเครดิตความน่าเชื่อถือในสังคม มีมติฟันเปรี้ยงให้ นพ.สรณพ้นจากตำแหน่ง ก็ยิ่งทำให้มติมีน้ำหนักสูง การที่ นพ.สรณดิ้นสู้ต่อไป จึงต้องแบกน้ำหนักมากในการลากเรื่องให้ยาวออกไป
มาถึงตอนนี้พบว่า ประเด็นที่หลายคนเป็นกังวลก็คือ เมื่อ นพ.สรณไม่ยอมง่ายๆ จะทำหน้าที่ประธาน กสทช.ให้ได้ หากเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ผลก็คือ ย่อมเสี่ยงที่จะทำให้การทำงานของ
กสทช.มีปัญหาการขับเคลื่อนงาน หากกรรมการ กสทช.อีกฝั่งหนึ่งก็ยืนกรานไม่ยอมรับให้ นพ.สรณทำหน้า…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



