“ศุภจี” ชู 7 ก้าวต่อปลดล็อกเศรษฐกิจ เปิดผลงาน 90 วันทำได้จริง พอใจแก้ปัญหาเกษตร
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 01:21อ่าน 3 นาที

วันนี้ (24 ส.ค.2569) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวว่า แนวทางการทำงานในระยะต่อไปจะเน้นการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และเกษตรกร ผ่านมาตรการที่เข้มข้น
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
พร้อมขับเคลื่อนการแก้ปัญหาล่วงหน้าในเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่รอให้ปัญหาเกิดแล้วจึงเข้าไปแก้ไข สำหรับ 7 ก้าว ที่กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าต่อ หนึ่งในภารกิจสำคัญที่สุด คือ
การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ทั้ง FTA ความตกลง ART และมาตรา 301 ซึ่งต้องเร่งทำให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว เพื่อลดความไม่แน่นอนของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะประเด็นการค้ากับสหรัฐ
รายละเอียดเพิ่มเติม
แม้สินค้าไทยที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ จะมีส่วนที่ได้รับการยกเว้นแล้วประมาณ 72% แต่กระทรวงยังตั้งใจเร่งปิดประเด็นเจรจาให้เร็วและได้ผลดีที่สุด โดยยึดสิทธิประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก
ขณะเดียวกัน ไทยจะเดินหน้าผลักดันการส่งออกให้เติบโตระดับ 2 หลัก โดยปัจจุบันมูลค่าส่งออกอยู่ที่ประมาณ 6.2-6.3 ล้านล้านบาท และหากทั้งปีแตะระดับมากกว่า 12 ล้านล้านบาท
มีโอกาสเห็นการขยายตัวอย่างน้อยประมาณ 8-10% แม้ยังต้องเผชิญปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ ทั้งการขนส่ง ราคาพลังงาน และสถานการณ์ความขัดแย้ง รมว.พาณิชย์ กล่าวอีกว่า
สถานการณ์ล่าสุด
กระทรวงจะเดินหน้ารักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน และยางพารา รวมถึงบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้
หลังมีการดูดซับทุเรียนและมังคุดจากภาคใต้ขึ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 200,000-300,000 ตัน เพื่อพยุงราคาและปิดฤดูผลไม้ภาคใต้ให้ดีที่สุด สินค้าเกษตร เป็นผลงาน 90 วัน ที่พอใจที่สุด
เพราะเห็นผลที่เกิดขึ้นจริง และเป็นเรื่องที่กระทรวงลงรายละเอียดและดำเนินการจำนวนมาก แม้จะถูกวิจารณ์ แต่จะยังเดินหน้าต่อ เนื่องจากมองว่า
มุมมองและผลกระทบ
การลงมือแก้ปัญหาให้ราคาและรายได้เกษตรกรดีขึ้นมีความสำคัญกว่า ในกรณีข้าว กระทรวงมีมาตรการออกมาแล้ว 5 มาตรการ ครอบคลุมสินเชื่อเพื่อชะลอการขาย การสนับสนุนเกษตรกรและโรงสี
การดูดซับผลผลิตประมาณ 3 ล้านตัน รวมถึงโครงการข้าวประณีตและการใช้เทคโนโลยีติดตามจุดที่ราคายังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย เพื่อเข้าไปแก้ปัญหาเฉพาะพื้นที่ เช่นเดียวกับงานด้าน SMEs
กระทรวงจะเร่งผลักดันให้ผู้ประกอบการเข้าถึงโอกาสใหม่มากขึ้น เนื่องจาก SMEs มีบทบาทสูงต่อการจ้างงาน ขณะที่การช่วยเหลือในระยะที่ผ่านมาแม้มีผลแล้ว
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงผู้ประกอบการทั้งหมดได้ และต้องเดินหน้าต่อเนื่อง ส่วนการปราบปรามนอมินี ยืนยันว่า จะเพิ่มความเข้มข้นต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีการบูรณาการร่วมกันแล้ว 23 หน่วยงาน
และลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว 46 จังหวัด พร้อมเดินหน้าต่อเนื่อง เนื่องจากปัญหามีความซับซ้อนและต้องอาศัยความร่วมมือหลายหน่วยงาน นอกจากนี้จะขับเคลื่อน 4 คณะทำงานภายใต้กรอบการพัฒนาเศรษฐกิจ
ทั้งเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจผู้มาเยือน เกษตรและอาหาร ความมั่นคงทางอาหาร ตลอดจนเศรษฐกิจชุมชน โดยจะเน้นการแก้ปัญหาและการสร้างผลลัพธ์ มากกว่าการเพิ่มนโยบายใหม่เพียงอย่างเดียว
รมว.พาณิชย์ กล่าวถึง…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



