จับตาเกณฑ์ล้อมคอกธุรกิจ Data Center ในไทย
อัปเดตเมื่อ: 20 สิงหาคม 2569 เวลา 17:50อ่าน 3 นาที

ธุรกิจ "ดาต้าเซ็นเตอร์" (Data Center) เปิดโครงการในหลายพื้นที่ทั่วไทย เช่น DAMAC digital ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ กลุ่มทุนจากดูไบ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ได้รับใบส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตั้งแต่ปี 2567 เตรียมขยายโครงการรับโหลดขนาด 20 เมกกะวัตต์ ใกล้โรงพยาบาล ใจกลางกรุงเทพฯ เช่นเดียวกับ Telehouse
ดาต้าเซ็นเตอร์จากญี่ปุ่น ย่านรัชดาภิเษก และอีกหลายโครงการที่กลุ่มทุนใหญ่ของไทยร่วมทุนกับต่างชาติ ทั้ง True IDC, กัลฟ์ - ซิงเทล และสเตคอน กับเอสซี ซูอุส ในย่านบางนา เฉพาะในกรุงเทพฯ
รายละเอียดเพิ่มเติม
มีดาต้าเซ็นเตอร์มากกว่า 30 แห่ง อยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 8 โครงการ กระจุกตัวในเขตพระราม 9, ปทุมวัน, สุขุมวิท, รามคำแหง, บางนา และอุดมสุข ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
บีโอไอไฟเขียวออกใบส่งเสริมการลงทุนกิจการประเภทนี้ คิดเป็นเงินไม่น้อยกว่า 1.6 ล้านล้านบาท ตัวเลขเงินลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่สดใส มี "ดาต้าเซ็นเตอร์" เป็นดาวเด่น
เร่งนำเข้าทั้งสินค้าทุนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จนไทยขาดดุลการค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ การเร่งลงทุนอาจสร้างความหวังว่าเศรษฐกิจไทยอาจได้ประโยชน์จากโครงการลงทุนเหล่านี้
สถานการณ์ล่าสุด
แต่จำนวนผู้มีงานทำในช่วงปี 2566-2568 กลับสวนทาง ขณะที่เสียงข้อพิพาทระหว่างชุมชนกับผู้พัฒนาโครงการดาต้าเซ็นเตอร์เริ่มดังขึ้น เพราะโรงเก็บ Storage
ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่กำลังแย่งใช้น้ำ-ไฟจำนวนมหาศาล ไม่เหมือนโรงงานทั่วไป รศ.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เตือนให้รัฐบาลเร่งวางระบบจัดการ
พร้อมงัดมาตรการ "ร่วมจ่าย" ให้ผู้ลงทุนรับผิดชอบผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม "ดาต้าเซ็นเตอร์ ใช้พลังงานค่อนข้างมากพอสมควร ประเด็นคือเรามีทรัพยากรพลังงานเพียงพอมากน้อยแค่ไหน
มุมมองและผลกระทบ
หากมาลงแล้วทำให้พื้นที่ข้างเคียงได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ยังมีเรื่องน้ำ ในพื้นที่มีเพียงพอมากน้อยแค่ไหน หรือในแง่ของการปล่อยมลพิษ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่เราส่งเสริมให้เขามาลงทุน
แต่ต้องคิดด้วยว่าหากเขามาแล้วจะสร้างปัญหาอะไร แล้วเราจะมีกลไกอย่างไรที่ทำให้เขาได้ร่วมจ่าย หากเป็นไปได้ต้องป้องกัน มีการสร้างเงื่อนไขเข้มข้นในเรื่องสิ่งแวดล้อม" รศ.วิษณุ กล่าว
จากความหวังสู่กระแสตีกลับ "ไม่เอาดาต้าเซ็นเตอร์" ทำให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในฐานะกำกับดูแลบีโอไอ สั่งทบทวนเกณฑ์ขอรับการส่งเสริมการลงทุน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยไม่มองแค่ "เงินลงทุน" เพียงมิติเดียว แต่ผู้ลงทุนต้องตั้งศูนย์พัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ถ่ายทอดเทคโนโลยี ปั้นวิศวกรคลาวด์ ดาต้าไซเอนทีส และ เชื่อมซัพพายเชนส์ในประเทศ
เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลเปิดทางก่อน-คุมทีหลัง ทำให้ต้องไล่กำกับ "ดาต้าเซ็นเตอร์" ทั่วไทย แต่การรื้อเกณฑ์จะศักดิ์สิทธิ์พอที่จะดูแลทรัพยากรชาติ ไปพร้อมกับทำให้ธุรกิจไทย
สามารถยืนอยู่บนความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจอย่างสหรัฐและจีน โดยไม่ตกขบวนห่วงโซ่เศรษฐกิจดิจิทัลของโลกได้หรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่ท้าทาย อ่านข่าว “พาณิชย์” จับมือเอกชนเร่งเครื่อง ดั…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



