ข้ามไปยังเนื้อหา

ISP เรียกร้องรัฐบาลไทยปรับยุทธศาสตร์ต่อเมียนมา เสนอโมเดล ‘3 ระเบียง’ รับมือภัยคุกคามข้ามแดน

อัปเดตเมื่อ: 10 สิงหาคม 2569 เวลา 10:57อ่าน 3 นาที

ISP เรียกร้องรัฐบาลไทยปรับยุทธศาสตร์ต่อเมียนมา เสนอโมเดล ‘3 ระเบียง’ รับมือภัยคุกคามข้ามแดน
แชร์ข่าวนี้

สถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ (Institute for Strategic Policy: ISP) เผยแพร่รายงานยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ ‘Rethinking Thailand’s Strategic Posture toward Myanmar’

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

โดยเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งปฏิรูปและปรับเปลี่ยนท่าทีเชิงยุทธศาสตร์ต่อ เมียนมา หลังประเมินว่าสถานการณ์ในเมียนมาหลังการเลือกตั้งช่วงปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026

ไม่ได้นำไปสู่ความสงบสุขหรือการปรองดองในชาติอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง หากแต่เป็นการกระจายอำนาจของรัฐบาลทหารสู่ระบบ ‘อำนาจแตกกระจาย’ (Fragmented Authority) ที่ไร้ความชอบธรรม

รายละเอียดเพิ่มเติม

และกำลังส่งผลให้เมียนมากลายเป็น ความเสี่ยงเชิงระบบ (Systemic Risk) ที่กระทบต่อประเทศไทยโดยตรงทั้งในมิติความมั่นคง มนุษยธรรม และเศรษฐกิจ ISP ระบุว่า การพึ่งพาการทูตระดับ ‘รัฐต่อรัฐ’

(State-to-State) ในแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป พร้อมเสนอให้ไทยปรับเปลี่ยนแนวทางผ่านกรอบแนวคิด ‘3 มิติ และ 3 ระเบียง’ (Three Dimensions-Three Corridors)

เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้อย่างตรงจุด ภาพสะท้อนเมียนมาหลังการเลือกตั้ง: สภาวะรัฐแตกกระจาย รายงานของ ISP ชี้ให้เห็นว่าการเลือกตั้งสามเฟสของเมียนมา (ธันวาคม 2025 – มกราคม 2026)

สถานการณ์ล่าสุด

เป็นเพียงการเลือกตั้งที่กีดกันพรรคฝ่ายค้านหลัก ส่งผลให้พรรค USDP ของกองทัพครองเสียงข้างมาก ร่วมกับโควตาทหาร 25% ซึ่งแม้ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย

จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนเมษายน 2026 แต่รัฐบาลนี้ขาดความชอบธรรมอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบัน กองทัพเมียนมา (Tatmadaw) ควบคุมพื้นที่ได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของประเทศ

ขณะที่กองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ (EAOs) กองกำลังปกป้องประชาชน (PDF) และกองกำลังลูกผสม (BGF) สถาปนาการปกครองในพื้นที่ชายแดน

มุมมองและผลกระทบ

ส่งผลให้เกิดสุญญากาศทางกฎหมายจนกลายเป็นแหล่งขยายตัวของเศรษฐกิจสีเทา ทั้งศูนย์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ การค้ามนุษย์ และคดียาเสพติดข้ามชาติ 3 มิติผลกระทบเชิงระบบต่อประเทศไทย ISP

ประเมินผลกระทบจากปัญหาในเมียนมาที่ส่งผลต่อไทยใน 3 มิติหลัก ได้แก่: มิติความมั่นคง (Security): ภัยคุกคามรูปแบบเดิม: เกิดกรณีการปะทะข้ามแดน กระสุนปืนใหญ่ และโดรนทหารตกในฝั่งไทย (เช่น

อ.แม่สอด) ภัยคุกคามรูปแบบใหม่: เครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ (KK Park และชเวโก๊กโก่) ยาเสพติด และมลพิษข้ามแดน (ฝุ่น PM2.5 จากการเผา

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

และสารพิษจากการทำเหมืองปนเปื้อนแม่น้ำสายหลักจนสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่อยู่ริมน้ำ) มิติมนุษยธรรม (Humanitarian): การทะลักของผู้พลัดถิ่นและผู้หลบหนีการเกณฑ์ทหาร

การตัดงบช่วยเหลือจากต่างประเทศ (เช่น สหรัฐฯ) กดดันให้ไทยต้องแบกรับภาระงบประมาณ สาธารณสุข และการศึกษา มิติเศรษฐกิจ (Economic):

การสะดุดของเส้นทางการค้าชายแดนทำให้การค้าเป็นไปอย่างติดขั โครงสร้างเศรษฐกิจไทยพึ่งพาแรงงานเมียนมามากกว่า 2.3 – 4 ล้านคน

วิกฤตพลังงานจากการหยุดชะงักของแหล่งก๊าซธรรมชาติในเมียนมา (ยาดานา และซอติก้า) ที่ไทยพึ่งพาอยู่ถึง 17% ข้อเสนอเชิงพื้นที่: ยุทธศาสตร์ ‘3 ระเบียง’ ISP

เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเลิกใช้นโยบ…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: เดอะสแตนดาร์ด · ISP เรียกร้องรัฐบาลไทยปรับยุทธศาสตร์ต่อเมียนมา เสนอโมเดล ‘3 ระเบียง’ รับมือภัยคุกคามข้ามแดน
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง