ทายาทแจงปมปิดทางวัดป่าอดุลยาราม ขัดแย้งกรรมสิทธิ์ที่ดิน ชี้ต้องพิสูจน์สิทธิ์ตามกฎหมาย
อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 21:50อ่าน 3 นาที

เมื่อวันที่ 12 ส.ค.2569 จากกรณีทายาทเจ้าของที่ดินนำท่อปูนไปปิดบริเวณทางเข้าออกวัดป่าอดุลยาราม อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมติดประกาศให้ขนย้ายสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินออกจากพื้นที่ภายใน
อ่านข่าวในหมวด สังคม เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
15 วัน จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม ตำรวจขอนแก่นวางกำลังป้องกัน "วัดป่าอดุลยาราม" หลังถูกขู่รื้อกำแพง ล่าสุดฝ่ายทายาทเจ้าของที่ดินออกมาชี้แจงถึงที่มาของข้อพิพาท
โดยยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ต่อสู้กันมานานกว่า 20 ปี ทายาทระบุว่า เดิมที่ดินมีเนื้อที่ประมาณ 42 ไร่
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยมีการแบ่งพื้นที่บางส่วนให้หน่วยงานอื่น และเหลือพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทอยู่ในปัจจุบัน พร้อมอ้างว่า นายเฮียง ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินเดิม มีทะเบียนสมรสกับนางพิมพ์ศรี และมีทายาทรวม 9
คน สำหรับประเด็นการออกโฉนด ทายาทระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้ยื่นขอรังวัดที่ดินเพื่อออกโฉนด โดยพื้นที่ที่รังวัดมีส่วนที่เป็นหัวไร่ปลายนา เพิ่มขึ้นประมาณ 6 ไร่เศษ
แต่ระหว่างกระบวนการมีผู้ยื่นคัดค้าน โดยอ้างสิทธิ์ว่าเป็นที่ดินของวัด และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาคัดค้าน ทำให้การออกโฉนดไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่ทายาทร้องขอ นางดารุณี
สถานการณ์ล่าสุด
หรือป้าดา ซี่งมีศักดิ์เป็นหลานนายเฮียง ระบุว่า หลังจากมีการคัดค้านและเรื่องยืดเยื้อ จึงตัดสินใจดำเนินคดีต่อศาล เพื่อขอให้มีการออกโฉนดให้แก่ผู้มีสิทธิ์ตามกฎหมาย
โดยปัจจุบันคดีเกี่ยวกับที่ดินยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลฎีกา ขณะเดียวกัน ทายาทยังกล่าวถึงประวัติการถือครองที่ดินว่า
นายเฮียงเสียชีวิตหลังจากมีการพูดคุยเรื่องการมอบที่ดินให้สร้างวัดไม่นาน พร้อมตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเอกสารบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการอ้างสิทธิ์ในที่ดิน
มุมมองและผลกระทบ
โดยระบุว่าต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรม การดำเนินการในพื้นที่ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะทำร้ายหรือรังแกพระสงฆ์ และไม่ได้ต้องการทำลายวัด
แต่ต้องการรักษาสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ครอบครัวอ้างว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง โดยมองว่าประเด็นสำคัญอยู่ที่การพิสูจน์กรรมสิทธิ์และการดำเนินการตามกฎหมาย ทายาทระบุอีกว่า
หากมีข้อโต้แย้งเรื่องกรรมสิทธิ์หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง ก็พร้อมนำเข้าสู่กระบวนการศาลเพื่อให้พิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยย้ำว่า เรื่องนี้เป็นข้อพิพาทที่ดำเนินต่อเนื่องมานาน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ไม่ใช่ความขัดแย้งที่เพิ่งเกิดขึ้นจากการนำท่อปูนไปปิดทางเข้าออกวัด ทั้งนี้ ประเด็นข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดิน รวมถึงเอกสารและสิทธิในการครอบครองพื้นที่
ยังคงต้องรอการพิสูจน์ตามกระบวนการทางกฎหมาย ขณะที่ฝ่ายวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในส่วนของตนเองได้ อ่านข่าว :
ย้อนเส้นทางข้อพิพาททายาทเจ้าของที่ดิน กับวัดอดุลยาราม จ.ขอนแก่น เปิดปมพิพาทที่ดิน “วัดป่าอดุลยาราม” ยาวนานกว่า 30 ปี ทายาทปิดทาง-เจ้าอาวาสยันรับมาถูกต้อง
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



