"ปกรณ์" เผย ครม.รับทราบแผนคุมอัตรา "ข้าราชการ" ไม่ให้เพิ่มขึ้น
อัปเดตเมื่อ: 11 สิงหาคม 2569 เวลา 21:27อ่าน 3 นาที

วันนี้ (11 ส.ค.2569) เวลา 14.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการปฏิรูประบบกำลังข้าราชการภาครัฐ ว่า
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
การปฏิรูปการกำหนดจัดกำลังพลภาครัฐเป็นไปตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา เนื่องจากสถานการณ์การเงินการคลัง กว่า 70% ส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายประจำ จึงทำให้มีงบลงทุนน้อย
รัฐบาลจึงเล็งเห็นปัญหานี้และพยายามแก้ไข ในวันนี้ มีการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องการจัดการกำลังพลภาครัฐ โดยการควบคุมอัตรากำลัง
รายละเอียดเพิ่มเติม
ให้ถือว่าอัตรากำลังที่มีอยู่ขณะนี้เป็นจำนวนสูงสุดที่จะมีได้ และจะให้ใช้กำลังหน่วยงานอื่นร่วมกัน โดยคำนึงถึงประเทศชาติ ว่าจะเดินต่อไปอย่างไร นอกจากนี้
ในเรื่องของการยกเลิกตำแหน่งที่ไม่จำเป็น ทั้งเรื่องวิชาการ ตำแหน่งทั่วไป ก็จะไม่กระทบกับตำแหน่งอื่น ๆ และยังมีเรื่องยกเลิกตำแหน่งในแผนงานที่ไม่จำเป็นลง
จากนั้นจะปรับโครงสร้างภารกิจของแต่ละหน่วยงานให้ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือ นายปกรณ์ ยังระบุว่า
สถานการณ์ล่าสุด
การยกเลิกส่วนหน่วยงานส่วนกลางตามภูมิภาคที่มีจำนวนมาก เป็นภาระงบประมาณสูงมาก โดยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ด้วยการลดกลุ่มนี้ ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน
ก.พ.ร.) เสนอว่าให้ยุติการจัดตั้งสำนักงานส่วนกลางในส่วนภูมิภาคทั้งหมด เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่วนที่ตั้งมาแล้วก็ให้ทบทวนและยกเลิกแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้ยกเลิกทั้งหมดทันที
ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาต่อการให้บริการประชาชน นายปกรณ์ ย้ำว่า จะทยอยยกเลิก จากเดิมมี 10,000 หน่วยงาน ก็จะค่อย ๆ ลดลงไป ส่วนผลกระทบต่องบประมาณอาจยังไม่เห็นผลใน 1-2 ปี
มุมมองและผลกระทบ
ซึ่งการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อให้บริการประชาชน ถือเป็นเรื่องสำคัญของรัฐบาลที่ต้องปรับปรุงกำลังพลภาครัฐ รองนายกรัฐมนตรี ระบุอีกว่า หลักการสำคัญของการบริหารจัดการภาครัฐในปัจจุบัน
คือรัฐไม่ใช่เป็นแต่เพียงผู้ควบคุม แต่รัฐต้องอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการให้บริการต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ต้นทุนให้น้อยที่สุด ทั้งนี้ ปัจจุบันมี 30,000 หน่วย
และจะลดลงให้ได้มากที่สุด ขณะนี้ต้องดูในเบื้องต้นก่อนว่าแต่ละหน่วยเป็นอย่างไร และอะไรที่สามารถลดและทดแทนได้ โดยจะต้องให้แต่ละหน่วยไปทบทวนและนำเสนอมาที่สำนักงาน ก.พ.ร. ก่อนที่
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ก.พ.ร.จะทำแผนและแจ้งให้ทราบต่อไป ตั้งเป้าว่างบภาระประจำ ควรเหลือเพียงไม่เกิน 30% จาก 70% หากไม่ทำวันนี้อนาคตลูกหลานจะเดือดร้อน ฉะนั้นต้องยอมรับความจริงและต้องแก้ไข ซึ่งการดำเนินการ
4 ปี ไม่ทัน แต่คาดว่าจะดำเนินการภายใน 8 ปี ่อ่านข่าว : อดีตลูกจ้างแจ้งความ "อินฟลูฯ-สตรีมเมอร์" อ้างถูกทำร้าย-ข่มขู่ เปิดผลชันสูตร "นายก อบจ.นนทบุรี" กระสุนตัดเส้นเลือดใหญ่จุดลำคอ
ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สายทาง 63 ด่าน "วันแม่แห่งชาติ" 12 ส.ค.นี้
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



