ข้ามไปยังเนื้อหา

‘นิรโทษกรรม’ ล้างอดีตความขัดแย้ง อาจวนลูปเดิมหากรบ.อนุทินล้มเหลว

อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

‘นิรโทษกรรม’ ล้างอดีตความขัดแย้ง อาจวนลูปเดิมหากรบ.อนุทินล้มเหลว
แชร์ข่าวนี้

พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 มีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา โดย พ.ร.บ.ฉบับนี้ ในทางปฏิบัติคือ กฎหมายนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง

ประเด็นสำคัญ

ซึ่งช่วงหลายปีมานี้มีความพยายามผลักดัน แต่ไม่สำเร็จ เพราะยังมีความขัดแย้งทางการเมืองสูง และครั้งหนึ่งการพยายามออกกฎหมายนิรโทษกรรมในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นการ

นิรโทษกรรมแบบสุดซอย กลายเป็นประตูบานแรกของการรัฐประหารเมื่อปี 2557 มาแล้ว ในยุครัฐบาล คสช.มีการตั้ง คณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)

รายละเอียดเพิ่มเติม

ซึ่งเสนอแนวทางสร้างความปรองดองให้รัฐบาล คสช.แล้ว แต่ไม่มีการนำไปปฏิบัติ กระทั่งมาสำเร็จในยุคนี้ ยุคที่มี ‘พรรคภูมิใจไทย’ เป็นแกนนำรัฐบาล โดยมีกลไกสำคัญอย่าง ‘วุฒิสภา’

ปราการด่านสุดท้ายให้ความเห็นชอบ สิ่งสำคัญที่ทำให้กฎหมายนิรโทษกรรม ในชื่อ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ผ่านความเห็นชอบจนมามีผลบังคับใช้ได้ ส่วนหนึ่งคือ

การไม่นิรโทษกรรมให้แก่คดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 คดีทุจริตคอร์รัปชัน และการกระทำที่ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส 3 ประเด็นใหญ่นี้ เป็นสิ่งที่ ‘ฝ่ายอนุรักษนิยม’

สถานการณ์ล่าสุด

ขัดขวางไม่ให้มีการนิรโทษกรรมมาโดยตลอด ดังนั้นเมื่อมีการยกเว้น จึงไม่มีเหตุผลที่จะขัดขวางเหมือนในอดีต สำหรับ ‘พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข’

จะนิรโทษกรรมครอบคลุมเฉพาะการกระทำที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2548 ถึง 16 กรกฎาคม 2568 กล่าวคือ จะเริ่มนิรโทษกรรมตั้งแต่ม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ

‘ม็อบเสื้อเหลือง’ ในยุคไล่รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร มาจนถึงวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ส่วนการกระทำตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา ไม่อยู่ในการคุ้มครอง ถือเป็นความผิดใหม่

มุมมองและผลกระทบ

สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ กำหนดให้การกระทำที่เข้าเงื่อนไขไม่เป็นความผิด และไม่ถือว่าบุคคลนั้นเคยกระทำความผิด ผลของกฎหมายไม่ได้อยู่แค่ ‘การปล่อยตัว’ เท่านั้น

แต่รวมถึงยุติคดีที่กำลังต่อสู้กันอยู่ หรือลบประวัติอาชญากรรม ในกรณีที่คดีจบ มีการรับผิดไปแล้ว หากดูจากกรอบระยะเวลาของการนิรโทษกรรม กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะได้ประโยชน์

ได้แก่ แกนนำและผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แกนนำและผู้ชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ออกมาขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

ในช่วงปี 2552-2553 หรือช่วงเวลาอื่นในกรอบเวลาของกฎหมายนิรโทษกรรม

แกนนำและผู้ชุมนุมคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่ออกมาขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ในช่วงปี 2556-2557 รวมไปถึงนักกิจกรรม นักศึกษา เยาวชน และประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวหลังรัฐประหารปี 2557 ซึ่งมีผู้ถูกดำเนินคดีจากการต่อต้านคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

การจัดกิจกรรมทางการเมือง การรณรงค์ประชามติ ตลอดจนผู้ชุมนุมในช่วงรัฐบาล พล.อ.…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยโพสต์ · ‘นิรโทษกรรม’ ล้างอดีตความขัดแย้ง อาจวนลูปเดิมหากรบ.อนุทินล้มเหลว
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง