สอบปากคำ "หญิงไทย" ขยายผลเคสหิ้วกาแฟซุกไอซ์ จับขบวนการชาวเวียดนาม
อัปเดตเมื่อ: 2 สิงหาคม 2569 เวลา 19:10อ่าน 3 นาที

ภายหลังอัยการประเทศญี่ปุ่น มีคำสั่งไม่ฟ้อง น.ส.เทียน หญิงไทยที่ถูกจับกุมกรณีพบไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟที่รับหิ้วไปประเทศญี่ปุ่น ก่อนส่งตัวกลับประเทศไทยเมื่อวานนี้ (1 ส.ค.2569)
อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
วันนี้ (2 ส.ค.2569) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำ น.ส.เทียน ให้การว่าหลังพูดคุยกับหญิงที่ใช้ชื่อ "อิงอิง" และรับพัสดุมานั้น
ได้เปิดกล่องตรวจสอบ พบว่าเป็นสิ่งของอุปโภคบริโภคหลายรายการ ก่อนนำออกจากกล่องเพื่อจัดใส่กระเป๋าเดินทาง แต่ยอมรับว่าตรวจสอบสิ่งของไม่ละเอียด
รายละเอียดเพิ่มเติม
จึงไม่ทราบว่ามีการซุกซ่อนไอซ์ไว้ภายในซองกาแฟ ส่วนประเด็นค่าจ้าง 3,600 บาท ทั้งที่เป็นการรับฝากสิ่งของทั่วไป น.ส.เทียน ให้การว่า ปกติการรับหิ้วจะมีผู้ฝากของหลายรายการ
และค่าจ้างจะขึ้นอยู่กับการตกลงกันของแต่ละเที่ยว จึงไม่ได้รู้สึกผิดสังเกต เมื่อถามถึงซองกาแฟที่มีการเปิดและปิดผนึกใหม่ พล.ต.ท.อาชยน ระบุว่า
ปัจจุบันมีเครื่องซีลพลาสติกวางจำหน่ายทั่วไปผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้สามารถปิดผนึกซองกาแฟให้มีลักษณะใกล้เคียงของเดิมได้ หากไม่ได้สังเกตอย่างละเอียด ก็อาจไม่พบความผิดปกติ
สถานการณ์ล่าสุด
การสืบสวนพบผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหลายคน โดยพบว่า "อิงอิง" เป็นผู้ใช้แชตไลน์ติดต่อฝากส่งพัสดุ จากข้อมูลการสืบสวนสันนิษฐานว่า เป็นคนเดียวกับนายแบง
ชาวเวียดนามที่เดินทางเข้าไทยเมื่อวันที่ 8 ก.ค. แล้วปรากฏหลักฐานไปซื้อของที่คาดว่าเป็นกาแฟ ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในย่านบางกะปิ เพื่อนำไปซุกซ่อนยาเสพติดส่งให้กับ น.ส.เทียน
แต่ข้อมูลการสืบสวนพบว่า นายแบงเดินทางออกนอกประเทศไปแล้วเมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ น.ส.เทียน ถูกจับที่ประเทศญี่ปุ่น ขณะนี้คณะทำงานสืบสวนสอบสวน
มุมมองและผลกระทบ
ได้ออกหมายจับเครือข่ายชาวเวียดนามที่ก่อเหตุแล้ว 2 หมาย จับกุมได้ 1 คน และอยู่ระหว่างติดตามตัวอีก 1 คน ในข้อหาการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
คาดว่าจะขยายผลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมได้ในเร็ว ๆ นี้ ข้อมูลการสืบสวนยังขยายผลไปถึงบุคคลที่อยู่เบื้องหลังเป็นชาวเวียดนาม คือ นายถัง
และเป็นบุคคลที่ถูกขึ้นสถานะห้ามเข้าประเทศไทย ทำหน้าที่สั่งการและประสานงานของเครือข่าย สั่งให้นายโฮ ผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ก่อนหน้านี้ เปิดบัญชีโอนเงินค่าจ้างหิ้วของข้ามแดนให้กับ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
น.ส.เทียน ขณะเดียวกันตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้ว่าจ้าง ผู้สั่งการ และผู้รับปลายทางในประเทศญี่ปุ่น เบื้องต้นเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ
เตรียมพิจารณาในข้อหาฐานความผิดร่วมกันเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติด้วย และประสานกับทางการประเทศญี่ปุ่นสืบสวนสอบสวนในคดีนี้ร่วมกัน พล.ต.ท.อาชยน ระบุว่า
แม้รูปแบบการก่อเหตุของเครือข่ายนี้จะใช้วิธีซุกซ่อนไอซ์ไว้ในสินค้าและพัสดุ ก่อนอาศัยผู้รับหิ้วของเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับคดีของ "มีนา" อดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน
ที่ถูกจับกุมในข้อหาลักลอบขนไอซ์ไปต่างประเทศ แต่จากข้อมูลการสืบสวนขณะนี้ ยังไม่พบความเชื่อมโยงว่าเป็นเครือข่ายเ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



