เพื่อนร่วมรบ! ‘โฆษกตร.’ การันตีฝีมือ ‘ทินกร-จรูญเกียรติ’ ครบเครื่องขึ้น ‘ผู้บัญชาการ’
อัปเดตเมื่อ: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 14:27อ่าน 3 นาที

ภาพ:FBไตรรงค์ ผิวพรรณ 16 ส.ค.2569-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “เพื่อนร่วมรบ” เนื้อหาระบุว่า ช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้
ประเด็นสำคัญ
จะมีการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในระดับผู้บัญชาการ หลายสำนักข่าวเริ่มคาดหมายรายชื่อกันแล้ว ผมเห็นชื่อหลายคนแล้วอดนึกถึงวันเวลาที่เคยทำงานร่วมกันไม่ได้ จึงอยากเขียนถึงในฐานะ
“เพื่อนร่วมรบ” — คนที่เคยลงสนามสืบสวน สอบสวน และปราบปรามอาชญากรรมด้วยกัน ไม่ได้เขียนเพื่อบอกว่าใครควรได้หรือไม่ได้ตำแหน่ง
รายละเอียดเพิ่มเติม
เพราะเรื่องนั้นมีหลักเกณฑ์และกระบวนการขององค์กรอยู่แล้วแต่อยากเล่าในสิ่งที่ผม เคยเห็นกับตา จากการทำงานด้วยกัน พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ — “รองโอ๋” ผมกับรองโอ๋ผ่านงานด้วยกันมาหลายสนาม
ตั้งแต่งานปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ยาเสพติด จนถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในความทรงจำของผม รองโอ๋เป็น “นักสืบที่มีจินตนาการ”
เพราะงานสืบสวนไม่ได้ต้องการเพียงคนขยัน แต่ต้องการคนที่มองข้อมูลชุดเดียวกับคนอื่น แล้วเห็นบางอย่างที่คนอื่นยังมองไม่เห็น รองโอ๋เป็นคนแบบนั้น อีกภาพหนึ่งที่ผมจำติดตาคือ “รองโอ๋กับ
สถานการณ์ล่าสุด
iPad คู่ใจ” ประชุมเมื่อไร iPad ต้องเปิด ใครรายงานอะไร — พิมพ์ คิดอะไรออก — พิมพ์ ว่างเมื่อไร — พิมพ์สั่งงานต่อ บางครั้งผมยังแซวว่า ไม่รู้คนทำงานเร็วกว่าหรือ iPad ทำงานหนักกว่ากัน
แต่เบื้องหลังภาพนั้นคือคนที่ คิดเร็ว ทำเร็ว และตามงานจนจบ ตอนทำงานปราบปรามยาเสพติด รองโอ๋เป็นกำลังสำคัญในปฏิบัติการ “มันทุกเม็ด” ที่พวกเราทำงานเชิงรุกกับเครือข่ายยาเสพติดอย่างหนัก
เมื่อสนามอาชญากรรมย้ายจากถนนเข้าสู่โลกออนไลน์ รองโอ๋ก็ปรับตัวตามอาชญากรรมได้ทัน สิ่งหนึ่งที่ผมชอบในแนวคิดการทำคดีไซเบอร์ของเขาคือ “จับคนร้ายอย่างเดียวไม่พอ
มุมมองและผลกระทบ
ต้องเอาเงินของประชาชนกลับคืนมาด้วย” จึงให้ความสำคัญกับการไล่เส้นทางการเงิน การอายัด และติดตามทรัพย์สินจากขบวนการอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อให้เงินกลับคืนไปถึงผู้เสียหาย
คนทำคดีไซเบอร์รู้ดีว่า บางครั้งจับคนร้ายได้แล้ว แต่งานยังไม่จบ เพราะเงินของประชาชนอาจถูกโอนไปแล้วหลายทอด สำหรับตำรวจมันคือ “ทรัพย์สินในคดี” แต่สำหรับผู้เสียหายบางคน
มันคือเงินเก็บทั้งชีวิต และมีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ผมยังจำได้ดี คดีสำคัญคดีหนึ่งจำเป็นต้องขอหมายจากศาลเพื่อให้การสืบสวนเดินหน้าต่อ รองโอ๋ ไปศาลด้วยตัวเอง คนทำคดีรู้ว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
การไปขอหมายไม่ใช่แค่ถือเอกสารไปให้ศาลลงนาม ผู้ขอต้องพร้อมอธิบายพยานหลักฐาน ตอบข้อซักถาม และรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองเสนอ ก่อนที่ศาลจะใช้ดุลพินิจตามกฎหมาย เรื่องเล็ก ๆ
เรื่องนี้ทำให้ผมจำตัวตนของรองโอ๋ได้ดี คิดแล้วกล้าทำ ทำแล้วกล้ารับผิดชอบ ถึงเวลาต้องยืนข้างหน้า ก็ไม่ผลักลูกน้องไปยืนแทน ตลอดเวลาที่ร่วมงานกัน
ผมจึงเห็นรองโอ๋เป็นนายตำรวจที่พร้อมชนกับอิทธิพลและสิ่งที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง สนามเปลี่ยน คนร้ายเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นว่าไม่ค่อยเปลี่ยน คือ
วิธีคิดแบบนักสืบและความกล้าที่จะลง…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



