ข้ามไปยังเนื้อหา

สวรส. ชูเทคโนโลยี ‘จดจำใบหู’ ระบุตัวตนเด็กข้ามชาติชายแดนแม่สอด อุดช่องโหว่การเข้าถึงวัคซีน ยกระดับบริการสุขภาพไทย-เมียนมา

อัปเดตเมื่อ: 20 สิงหาคม 2569 เวลา 18:48อ่าน 3 นาที

สวรส. ชูเทคโนโลยี ‘จดจำใบหู’ ระบุตัวตนเด็กข้ามชาติชายแดนแม่สอด อุดช่องโหว่การเข้าถึงวัคซีน ยกระดับบริการสุขภาพไทย-เมียนมา
แชร์ข่าวนี้

ปัญหาการระบุตัวตนของประชากรต่างชาติ ถือเป็นความท้าทายสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งมีกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีจำนวนมากที่ขาดเอกสารยืนยันตัวตน

ประเด็นสำคัญ

ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพพื้นฐาน เช่น การรับวัคซีน และการดูแลก่อน-หลังคลอดได้อย่างต่อเนื่อง

การขาดตอนของการรักษานี้ได้สร้างความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคที่สามารถป้องกันได้ เช่น โรคหัด และโปลิโอ วันนี้ (20 สิงหาคม) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)

รายละเอียดเพิ่มเติม

ได้เดินหน้าแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการสนับสนุนทุนวิจัยให้แก่ทีมวิจัยชายแดนแม่สอด เพื่อพัฒนารูปแบบการระบุตัวตนเด็กแรกเกิดถึง 5 ขวบ สำหรับประชากรต่างชาติในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

ผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีจดจำใบหู (Ear Recognition) ซึ่งถือเป็นการปลดล็อกข้อจำกัดของเทคโนโลยีชีวมิติ (Biometrics) แบบเดิม ที่ผ่านมา เทคโนโลยีการระบุตัวตน เช่น การสแกนลายนิ้วมือ ม่านตา

หรือใบหน้า มักใช้งานได้ดีกับผู้ที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไป แต่สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โครงสร้างร่างกายที่ยังเติบโตไม่เต็มที่และพฤติกรรมที่ไม่อยู่นิ่ง

สถานการณ์ล่าสุด

ทำให้เครื่องมือเหล่านี้ขาดความแม่นยำ คณะผู้วิจัยจึงได้ประยุกต์ใช้ ชีวมิติใบหู (Ear Biometrics) ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีลักษณะเฉพาะตัวสูงมาใช้เป็นทางออก

จากการทดสอบเครื่องมือต้นแบบในกลุ่มเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี จำนวน 960 คน พบว่านวัตกรรมดังกล่าวมีประสิทธิภาพสูง โดยมี ‘ความไว’ ในการยืนยันเด็กคนเดิมถึงร้อยละ 92.40 และมี ‘ความจำเพาะ’

ในการจำแนกเด็กต่างบุคคลได้ถึงร้อยละ 93.54 อย่างไรก็ตาม งานวิจัยระบุว่าการสแกนใบหูจะไม่ถูกใช้เป็นข้อมูลยืนยันตัวตนแบบเดี่ยวๆ แต่จะใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบข้อมูลหลายองค์ประกอบ

มุมมองและผลกระทบ

(Multi-component System) โดยนำไปเชื่อมโยงร่วมกับประวัติผู้ปกครอง ข้อมูลเด็ก และประวัติการรับบริการ เพื่อให้หน่วยบริการสามารถติดตามข้อมูลวัคซีน พัฒนาการ

และการรักษาพยาบาลของเด็กแต่ละรายได้อย่างแม่นยำสูงสุด จากงานวิจัยสู่นโยบายที่ใช้ได้จริง การนำเสนอผลการวิจัยครั้งนี้ จัดขึ้น ณ โรงพยาบาลแม่สอด จังหวัดตาก โดยมี นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์

ผู้อำนวยการ สวรส. เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารด้านสาธารณสุขจังหวัดตากและผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วม นพ.ศุภกิจ เน้นย้ำว่า สวรส.

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

ให้ความสำคัญกับงานวิจัยที่ตอบโจทย์ปัญหาของระบบบริการสุขภาพอย่างแท้จริง โดยเป้าหมายสำคัญของโครงการนี้ คือการไม่หยุดอยู่แค่การเป็นเทคโนโลยีต้นแบบบนหิ้ง

แต่ต้องสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ให้ชัดเจนว่า นวัตกรรมนี้มีความเหมาะสม ปลอดภัย และใช้งานได้จริง ก่อนจะนำร่องใช้และผลักดันเป็นนโยบายระดับชาติต่อไป ทั้งนี้

ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เสนอแนะเพิ่มเติมว่า ก่อนนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้จริงในวงกว้าง อุปกรณ์จะต้องถูกพัฒนาให้มีความคล่องตัวสูง รองรับการทำงานแบบออฟไลน์ในพื้นที่ห่างไกลได้

และต้องคำนึงถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) สิทธิเด็ก รวมถึงบริบททางวัฒนธรรมในพื้นที่เป็นสำคัญ เพื่อให้การยกระดับความมั่นคงทางสุข…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: เดอะสแตนดาร์ด · สวรส. ชูเทคโนโลยี ‘จดจำใบหู’ ระบุตัวตนเด็กข้ามชาติชายแดนแม่สอด อุดช่องโหว่การเข้าถึงวัคซีน ยกระดับบริการสุขภาพไทย-เมียนมา
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง