‘สาธิต’ กางกฎหมายโต้ฮั้วสว. ‘แสวง’ อย่ามั่ว
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 10:07อ่าน 3 นาที

25 ส.ค.2569-นายสาธิต วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์ข้อความว่า โต้ข้อกฎหมาย ฮั้ว สว กับ คุณแสวงหน่อยครับ!!! คุณแสวง : บอกว่า ฮั้ว สว ถ้าต้องส่งศาลฎีกา ต้องไปตาม รธน ม 226 ??
ประเด็นสำคัญ
และ ต้องเข้าองค์ประกอบ 3 ข้อ 1. ต้องเป็นการกระทำของ “ ผู้สมัครรับเลือก” เท่านั้น ที่ทำการทุจริต 2. ต้องเป็นการทำทุจริตเพื่อให้เลือกตัวเอง เท่านั้น 3. มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ตาแกบอก ถ้าครบ 3 องค์ ถึงศาลฎีกา ตาม รธน 226!!!!
ใช่เหรอครับ????? ผมว่า ไม่ใช่ นี่มั่วแล้ว!!!!!
รายละเอียดเพิ่มเติม
มั่วที่ 1 นี่ครับ มี 226 วรรคหนึ่ง เขียนว่า “ มาตรา ๒๒๖ เมื่อมีการดําเนินการตามมาตรา ๒๒๕ หรือภายหลังการประกาศผลการเลือกตั้ง หรือการเลือกแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้สมัครรับเลือกผู้ใดกระทําการทุจริต ในการเลือกตั้งหรือการเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทําของบุคคลอื่น ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคําร้อง ต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น ” เขียนเท่านี้ละครับ ไหนองค์ประกอบ 3 ข้อ แค่เขาบอกว่า ผู้สมัครรับเลือก(กรณี สว) คนไหน ทุจริต หรือ รู้เห็นกับการกระทำคนอื่นที่ทุจริต กกต ต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา จบ!!!
ผมว่า แค่นี้เรื่องที่เขาเปิดเผยกันเข้าหมดแล้ว!!!!!! ไม่ต้องให้ท่านมาวางหลักเองครับ!!!!!!! มั่ว ข้อที่ 2 แล้วท่านเอา พระราชบัญติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สว ไปไว้ไหนครับ??????? ลองดูนะ…………
“ มาตรา ๗๐ ผู้สมัครผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนดตามมาตรา ๓๖ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอน สิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนดห้าปี บุคคลใดซึ่งมิใช่ผู้สมัครช่วยเหลือผู้สมัครในการแนะนําตัวโดยไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไข ตามมาตรา ๓๖ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง “ บรรดาศูนย์ทำโพย คนของพรรคการเมืองที่มาชี้นำทำโพย ผู้สมัครรับเลือก ที่เข้าร่วมฮั้ว เข้าตามนี้หมด…!!!!!
สถานการณ์ล่าสุด
” มาตรา ๗๖ กรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือผู้ดํารงตําแหน่งอื่นใดในพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ผู้ใดกระทําการ โดยวิธีใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือให้ผู้สมัครผู้ใดได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือทําให้ผู้สมัครผู้ใด ไม่ได้รับเลือก ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และ ให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น ผู้สมัครใดยินยอมให้กรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือผู้ดํารงตําแหน่งอื่นใดในพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือ เพื่อให้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาท ถึงสองแสนบาท และให้ศาลส…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



