กรมควบคุมโรคเปิดปัจจัยเสี่ยง "โรคหัวใจ" แนะปรับพฤติกรรมลดโอกาสป่วย
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 23:38อ่าน 3 นาที

วันนี้ (24 ส.ค.2569) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกมาประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังภัยเงียบจากโรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease - CVD)
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ซึ่งปัจจุบันถือเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตและทุพพลภาพอันดับ 1 ของประชากร โดยโรคกลุ่มนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด ทั้งหลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดง นพ.มณเฑียร
คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน
รายละเอียดเพิ่มเติม
ทั้งปัจจัยทางสุขภาพและพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ประกอบด้วย ภาวะความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคไต ภาวะไขมันในเลือดสูง การรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ
การสูบบุหรี่และการใช้บุหรี่ไฟฟ้า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เป็นอันตราย การไม่ออกกำลังกาย มลพิษทางอากาศและความเครียดสะสม
ตลอดจนประวัติพันธุกรรมในครอบครัวและอายุที่เพิ่มมากขึ้น สัญญาณเตือนฉุกเฉิน-การช่วยเหลือเบื้องต้น ทางด้าน นพ.นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค
สถานการณ์ล่าสุด
เน้นย้ำให้ประชาชนหมั่นสังเกตอาการเตือนฉุกเฉินอย่างใกล้ชิด หากมีอาการเจ็บหน้าอก จุกแน่นกลางอก เจ็บร้าวลามไปที่หัวไหล่ซ้าย แขน หรือกราม ร่วมกับมีอาการใจสั่น เหงื่อแตก หน้ามืด
และเป็นลมหมดสติ ควรรีบเดินทางไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที ในกรณีที่พบผู้ป่วยหมดสติและไม่หายใจ ผู้พบเห็นต้องรีบให้ความช่วยเหลือด้วยการกดหน้าอก (CPR) อย่างต่อเนื่อง
จนกว่าบุคลากรทางการแพทย์จะเดินทางมาถึง พร้อมทั้งโทรแจ้งสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน และหากบริเวณโดยรอบมีเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ
มุมมองและผลกระทบ
(AED) ให้รีบนำมาติดตั้งและปฏิบัติตามคำแนะนำของเครื่องทันที แนวทางการปรับพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรค พญ.วรยา เหลืองอ่อน ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ ระบุว่า
แม้โรคหัวใจและหลอดเลือดจะเป็นอันตรายร้ายแรง แต่ประชาชนสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนี้ ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30
นาที/วัน หรือสะสมให้ได้ 150 นาที/สัปดาห์ สำหรับผู้ป่วยที่มีประวัติโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับรูปแบบการออกกำลังกายให้เหมาะสม เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานจัด มันจัด และเค็มจัด รักษาค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานระหว่าง 18.5 – 22.9 กก./ตร.ม. งดสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า
รวมถึงเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสารเสพติดทุกประเภท ดูแลสุขภาพจิตใจให้ผ่องใส ไม่เครียด และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7 – 9 ชม./วัน
หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งและงดออกกำลังกายกลางแจ้งในวันที่สภาพอากาศมีฝุ่นควันและมลพิษสูง เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ทั้งนี้
ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลและขอคำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 อ่านข่าว : "กรวีร์" โต้ iLaw ปมข้อมูลโทรศัพ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



