"บิ๊กโจ๊ก" โวยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ระบุแอบถ่ายบ้านพักไม่ได้รับอนุญาต
อัปเดตเมื่อ: 3 สิงหาคม 2569 เวลา 22:37อ่าน 3 นาที

วันนี้ (3 ส.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์วุ่นวายบริเวณหน้าหมู่บ้านของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีต รองผบ.ตร.)
อ่านข่าวในหมวด สังคม เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
หลังจากมีรถยนต์อเนกประสงค์ 5 ประตู สีดำ พยายามเข้าไปในหมู่บ้านของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ขณะที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินตามรถคันดังกล่าว และมีรถเก๋งอีกคันขับมาสกัดรถอเนกประสงค์ไว้ ขณะเดียวกัน
มีรถตำรวจสายตรวจจาก สน.ทุ่งสองห้อง ขับมาในพื้นที่และตรวจสอบรถยนต์ดังกล่าว โดยพบว่าเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำนวน 4 คน
รายละเอียดเพิ่มเติม
อยู่ภายในรถ ก่อนยื่นเอกสารให้ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ตรวจสอบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวทั้ง 4 คนไปที่ สน.ทุ่งสองห้อง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า
เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างตนอยู่ภายในบ้านส่วนตัว ทราบว่ามีบุคคลมาแอบถ่ายรูปบ้านของตัวเอง ตอนแรกไม่ทราบว่าเป็นใคร จึงถามพนักงานรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน และทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่
ป.ป.ช. ตนสอบถามนิติบุคคลว่า เขาใช้อำนาจอะไรมาถ่ายบ้านพักของตน ก่อนทราบจากผู้จัดการนิติบุคคลว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.มาขอพบผู้จัดการนิติบุคคล เพื่อยื่นขอข้อมูลเกี่ยวกับผู้อยู่อาศัย
สถานการณ์ล่าสุด
ซึ่งคาดว่าเป็นข้อมูลที่อยู่อาศัยของตน แต่นิติบุคคลมีมาตรการรักษาความลับของลูกบ้าน จึงจำเป็นต้องสอบถามความสมัครใจจากลูกบ้านก่อน โดยนัดให้เจ้าหน้าที่มารับเอกสารในวันที่ 7 ส.ค.นี้
แต่แล้วก็มีเจ้าหน้าที่ขับรถเข้าไปในซอยย่อยภายในหมู่บ้าน แล้วแอบถ่ายบ้านพักตน โดยไม่ได้ขออนุญาตจากนิติบุคคล เมื่อคนที่บ้านเห็น จึงรีบแจ้งให้ทราบและรีบวิ่งออกมาเพื่อตรวจสอบ
โดยพบเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 คนอยู่บนรถ ไม่ยอมแสดงตัวและพยายามขับรถหนี ไม่ยอมลงจากรถมาพูดคุย กระทั่งตำรวจสายตรวจมาถึง จึงยื่นเอกสารหนังสือที่เข้ามาติดต่อนิติบุคคลให้เจ้าหน้าที่ดู
มุมมองและผลกระทบ
จากนั้นตำรวจเชิญตัวออกจากพื้นที่ ด้านผู้จัดการนิติบุคคล เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ยื่นหนังสือเพื่อขอข้อมูลที่อยู่ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์
แต่ด้วยข้อบังคับและกฎหมายคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล ทำให้นิติบุคคลจำเป็นต้องแจ้งให้ลูกบ้านทราบ และจะทำหนังสือตอบกลับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้จัดการนิติบุคคล กล่าวอีกว่า
เจ้าหน้าที่พยายามสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดไปมากนัก ซึ่งขณะนั้นเจ้าหน้าที่ขับรถเข้าไปในหมู่บ้าน สังเกตเห็นจากกล้องวงจรปิด จึงรีบออกมาพูดคุย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าเข้าไปกลับรถภายในหมู่บ้าน แต่ด้วยหมู่บ้านมีพื้นที่กลับรถและถนนกว้าง จึงมองว่าการขับรถเข้าไปในซอยบ้านของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่สอดคล้องกับคำกล่าวอ้าง
จากข้อมูลเบื้องต้น เอกสารที่ ป.ป.ช.นำมาด้วย เป็นหนังสือขอข้อมูลการอยู่อาศัยของลูกบ้านจากนิติบุคคล โดยเรียนถึงผู้จัดการนิติบุคคล แต่ไม่ได้มีหนังสือโดยตรงถึงบุคคลใด ซึ่งเรื่องนี้
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า เป็นการกระทำเกินกว่าอำนาจและถือว่าเป็นการกระทำความผิด ซึ่งจะเดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ที่กระทำการดังกล่าว…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



