ข้ามไปยังเนื้อหา

ลดเหตุร้ายรุนแรง แผน “คุมเข้มอาวุธปืน”  ต้องไม่ใช่แค่หยุด "ปืนใหม่"

อัปเดตเมื่อ: 19 สิงหาคม 2569 เวลา 22:47อ่าน 3 นาที

ลดเหตุร้ายรุนแรง  แผน “คุมเข้มอาวุธปืน”  ต้องไม่ใช่แค่หยุด "ปืนใหม่"
แชร์ข่าวนี้

ท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลในการยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืน ทั้งการชะลอการออกใบอนุญาต การทบทวนปืนสวัสดิการ และการออกมาตรการควบคุมในระยะยาว คำถามสำคัญยังคงอยู่ที่ว่า …

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

มาตรการที่มีอยู่จะเพียงพอต่อการลดความเสี่ยงจากอาวุธปืน โดยเฉพาะเหตุกราดยิงและเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นซ้ำหรือไม่?

พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีตผู้บังคับการปราบปราม มองว่า มาตรการที่รัฐบาลกำลังดำเนินการถือเป็นจุดเริ่มต้น แต่หากต้องการควบคุมปัญหาอย่างจริงจัง ต้องมองให้ลึกกว่าการ “ไม่เพิ่มจำนวนปืนใหม่” แต่ต้องเข้าไปจัดการกับปืนที่มีอยู่ในระบบ รวมถึงพฤติกรรมของผู้ครอบครองและการเข้าถึงอาวุธปืนภายในครอบครัว ปืนมีทะเบียน 6 ล้านกระบอก ในประเทศไทย ปัจจุบันประเทศไทยมีอาวุธปืนที่มีทะเบียนอยู่ประมาณ 6 ล้านกระบอก แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่ามีผู้ครอบครอง 6 ล้านคน เนื่องจากบุคคลหนึ่งสามารถมีอาวุธปืนได้หลายกระบอก นั่นหมายความว่า ผู้ครอบครองบางรายอาจมีอาวุธปืนมากกว่า 1 กระบอก โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีตำแหน่งหรือผู้ที่มีความจำเป็นในการใช้อาวุธปืน ซึ่งในทางกฎหมายอาวุธเหล่านั้นอาจเป็นปืนที่มีทะเบียนและได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่า “ปืนถูกกฎหมายหรือไม่” แต่อยู่ที่ว่า ผู้ครอบครองสามารถควบคุมและจัดเก็บปืนได้อย่างปลอดภัยหรือไม่?

รายละเอียดเพิ่มเติม

“ซึ่งในบางกรณี ผู้ครอบครองอาจปล่อยปละละเลยจนปืนหลุดไปอยู่ในมือของบุคคลอื่น หรือถูกนำออกมาใช้ในช่วงที่ผู้ถือครองมีอารมณ์โกรธ ขาดสติ หรือมีเจตนาเตรียมการแก้แค้น นั่นคือต้นเหตุของอาชญากรรมที่มักจะเกิดขึ้น” พล.ต.ต.สุพิศาล อธิบายความแตกต่างระหว่างใบอนุญาตเกี่ยวกับการซื้อ การครอบครอง และการพกพาอาวุธปืน ใบ ป.3 เป็นใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน ขณะที่ ใบ ป.4 เป็นใบอนุญาตให้มีและครอบครองอาวุธปืน ส่วน ใบ ป.12 เป็นใบอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ ดังนั้น ผู้ที่มีใบ ป.4 ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำปืนติดตัวไปในที่สาธารณะได้ตามต้องการ แต่เป็นการอนุญาตให้มีและครอบครองปืนตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ในขณะที่ใบ ป.12 คือกลุ่มที่มีความจำเป็นต้องพกพาอาวุธปืน เช่น ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง หรือบุคคลบางกลุ่มที่มีเหตุจำเป็นในการรักษาความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน พล.ต.ต.สุพิศาล มองว่า คนที่มีใบอนุญาตพกพาปืนโดยทั่วไปเข้าใจกฎระเบียบและความเสี่ยงในการใช้อาวุธปืน ขณะที่ปัญหาที่น่ากังวลคือ ปืนที่อยู่ในบ้านและสามารถเข้าถึงได้โดยบุคคลอื่น โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ใบอนุญาตปืน ป.3 “ช่องว่าง” ที่ต้องติดตาม สำหรับกระบวนการขอใบ ป.3 ผู้ขอต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้ไปซื้อปืนจากร้านค้า หรือดำเนินการเกี่ยวกับการรับโอน ขณะที่พล.ต.ต.สุพิศาล ตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาอาจเกิดขึ้นเมื่อมีการขอใบ ป.3 แล้วไม่ได้ซื้อปืนตามที่แจ้งไว้ หรือมีการขอใบอนุญาตหลายครั้งจนเกิดความคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ประสิทธิภาพของระบบตรวจสอบว่า ผู้ขอมีคุณสมบัติและพฤติกรรมเหมาะสมที่จะครอบครองอาวุธปืน…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยพีบีเอส · ลดเหตุร้ายรุนแรง แผน “คุมเข้มอาวุธปืน”  ต้องไม่ใช่แค่หยุด "ปืนใหม่"
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง