“กกต.”อยู่ระหว่างเขาควาย ถูกบีบเลือก”เส้นทางรอด”
อัปเดตเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายที่ต้องวัดใจ เพราะนับตั้งแต่จบการเลือก สว. เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา ข้อครหาเรื่องขบวนการจัดตั้ง
ประเด็นสำคัญ
การเดินสายจองห้องพักในกรุงเทพฯ และปริมณฑล การแจกตั๋วเครื่องบิน ตลอดจนตารางโพยลงคะแนน ได้กลายเป็นของติดตัว สว.ชุดปัจจุบันสัดส่วนเกินครึ่งสภา หรือที่เรียกกันติดปากว่า "สว.สีน้ำเงิน"
แม้ก่อนหน้านี้ สำนักงาน กกต.จะเคยออกมาการันตีและให้สัญญากับประชาชนว่าจะเคาะชี้ขาดคดีนี้ให้จบภายในสิ้นเดือน ส.ค.2569 แต่มีกระแสมาอีกสายของ กกต.ว่า “บอร์ด กกต.ชุดใหญ่”
รายละเอียดเพิ่มเติม
เตรียมใช้สิทธิ์ขยายเวลาออกไปเป็นช่วงเดือน ก.ย.2569 โดยอ้างว่าต้องขอเวลาไปตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติม หากเป็นในทางสายนี้ ก็ไม่สามารถเลี่ยงกระแสสังคมที่ตามมานั่นคือ
การพยายามหาทางลงให้กับ กกต.และสว. ไล่เรียงประเด็นกุมขมับบอร์ด กกต.ชุดใหญ่ มาจากการชนกันของคณะทำงาน 2 ชุดภายในองค์กร โดยคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง (คณะที่ 26)
ซึ่งมีหน้าที่ลงพื้นที่เกาะติดทำคดี ได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างเข้มข้นและสรุปสำนวนแบบดุดันเสนอฟันผู้ถูกกล่าวหามากถึง 229 ราย แบ่งเป็น สว.ชุดปัจจุบันมากถึง 138 ราย และกลุ่มผู้จัดตั้ง
สถานการณ์ล่าสุด
เครือข่าย หัวคะแนน ตลอดจนนักการเมืองท้องถิ่นอีก 91 ราย ทว่าพอส่งเรื่องต่อไปให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้ง (คณะที่ 36)
เพื่อช่วยตรวจคัดกรองข้อกฎหมายก่อนยื่นบอร์ดใหญ่ คณะที่ 36 กลับลงมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เสียง ชนิดพลิกฝ่ามือ บอกว่าไม่มีมูลความผิดทั้ง 229 ราย ก่อนจะส่งให้บอร์ด กกต.ชุดใหญ่พิจารณา
มติ 5 ต่อ 2 ของคณะอนุฯ ชุดที่ 36 นี้เอง ที่จุดชนวนสงสัยเมื่อเปิดรายชื่อกรรมการ 7 คนออกมาแล้ว พบว่ามี นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต (อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก) และ นายเดชา
มุมมองและผลกระทบ
พฤกษ์พัฒนรักษ์ (อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน) ร่วมนั่งชี้ขาดอยู่ด้วย การนำ อดีตข้าราชการสายคมนาคมและสายแรงงาน ซึ่งเป็น 2 กระทรวงในโควตาการเมืองระดับไข่แดงของพรรคภูมิใจไทย
เข้ามาชี้คดีที่พรรคถูกพาดพิงเรื่อง " สว.สีน้ำเงิน " จึงถูกพรรคฝ่ายค้านอย่าง พรรคประชาชน และ ภาคประชาสังคม อย่าง iLaw ตั้งคำถามทันทีว่า นี่คือการตั้งคนเข้ามาทำหน้าที่เป็น
"วอลเปเปอร์ฟอกขาว" เพื่อตัดไฟคดีตั้งแต่ต้นลมในชั้นอนุกรรมการหรือไม่ เพราะหากตัด 2 เสียงข้ามสายงานนี้ออกไป น้ำหนักมติในคณะอนุฯ ชุดที่ 36
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ก็อาจจะไม่ใช่การยกคำร้องเสียงข้างมากขาดลอยแบบนี้ นอกจากประเด็นเรื่องตัวบุคคลแล้ว สังคมยังตั้งข้อสังเกตถึง "มาตรฐานการรับฟังพยานหลักฐาน" ของ กกต.ชุดใหญ่และคณะอนุฯ ชุดที่ 36 ที่จู่ๆ
ก็ขยับเพดานสูงขึ้นจนผิดปกติ เพราะในคดีเลือกตั้งอดีตที่ผ่านมา กกต.มักใช้เพียง "พฤติการณ์แวดล้อมและเหตุอันควรสงสัย" ก็สามารถแจกใบดำใบแดงหรือส่งศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิ์ได้แล้ว
แต่พอมาถึงคดีฮั้ว สว. กลับพยายามสร้างบรรทัดฐานว่าจะต้องมี หลักฐานระดับคดีอาญา คือต้องมี เส้นทางการเงินโอนตรง แบบจับวางเท่านั้น การตั้งการ์ดสูงเช่นนี้จึงถูกมองว่าเป็นการสร้างเกราะค…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



