ข้ามไปยังเนื้อหา

ชาวไร่มัน-อ้อย จี้รัฐสร้างตลาดใหม่ หวั่นหมดมาตรการชดเชยฉุดเอทานอลร่วง

อัปเดตเมื่อ: 19 สิงหาคม 2569 เวลา 21:17อ่าน 3 นาที

ชาวไร่มัน-อ้อย จี้รัฐสร้างตลาดใหม่  หวั่นหมดมาตรการชดเชยฉุดเอทานอลร่วง
แชร์ข่าวนี้

วันนี้ ( 19 ส.ค.2569) นายรังษี ไผ่สอาด นายกสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทยกล่าวว่า อุตสาหกรรมเอทานอลนับเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงภาคเกษตรกับภาคพลังงานของไทยมาอย่างยาวนาน

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

เป็นตลาดรองรับผลผลิตหลักของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรจำนวนมากทั่วประเทศ แต่ปัจจุบันกลับต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้านอย่างต่อเนื่อง

ทั้งจากปัจจัยด้านอุปสงค์และโครงสร้างต้นทุนการผลิต แม้ว่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมาความผันผวนของราคาน้ำมันจะช่วยหนุนปริมาณการใช้ E20 ให้เพิ่มขึ้นในบางช่วง

รายละเอียดเพิ่มเติม

แต่ในภาพรวมอุตสาหกรรมเอทานอลยังคงอยู่ในภาวะทรงตัวถึงลดลงเล็กน้อยตามภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแรง ล่าสุด มาตรการชดเชยราคาเชื้อเพลิงชีวภาพภายใต้ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ

จะสิ้นสุดลงในวันที่ 24 ก.ย. 2569 ตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด อาจส่งผลให้กลไกการอุดหนุนไบโอดีเซลสิ้นสุดลง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อโครงสร้างราคาทั้งกลุ่มเชื้อเพลิงชีวภาพ

ทั้งเอทานอลในกลุ่มแก๊สโซฮอล์ ซึ่งรวมถึง E20 ที่เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงหลักที่ผู้บริโภคกลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคลใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยหากไม่มีเงินชดเชยรองรับ ส่วนต่างราคาระหว่าง E20

สถานการณ์ล่าสุด

กับน้ำมันเบนซินทั่วไปอาจลดลง ซึ่งอาจกระทบต่อแรงจูงใจของผู้บริโภคในการเลือกใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในระยะถัดไป ดังนั้นในฐานะแกนหลักที่รวมตัวแทนเกษตรกร

เดินหน้าผลักดันให้ภาครัฐเร่งจัดทำแผนเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ชัดเจนในช่วงปี 2569–2573 เพื่อป้องกันความเสียหายต่อห่วงโซ่อุปทานภาคเกษตรของไทยที่อาจเกิดขึ้นในวงกว้าง

เพราะหากความต้องการเอทานอลในประเทศลดลงอย่างรุนแรง ย่อมส่งผลต่อเนื่องให้ราคาและโควตาการรับซื้อมันสำปะหลังปรับตัวลดลงตามไปด้วย ซึ่งจะกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงด้านรายได้ของเกษตรกร

มุมมองและผลกระทบ

และส่งผลไปสู่การสูญเสียเสถียรภาพของอุตสาหกรรมชีวภาพทั้งระบบในระยะยาว รวมทั้งอาจทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพให้เป็นแหล่งพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ

สิ่งที่เกษตรกรกังวลไม่ใช่เพียงการสิ้นสุดมาตรการชดเชยราคาเชื้อเพลิงชีวภาพ แต่คือความไม่ชัดเจนของมาตรการที่จะเข้ามารองรับ หากส่วนต่างราคา E20 ไม่สามารถจูงใจผู้บริโภคได้

ความต้องการใช้เอทานอลอาจลดลง และส่งผลต่อเนื่องไปถึงปริมาณการรับซื้อและราคามันสำปะหลัง รวมถึงความมั่นคงด้านรายได้ของเกษตรกร ดังนั้น ภาครัฐควรเร่งกำหนดแผนเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

ก่อนที่มาตรการเดิมจะสิ้นสุดลง ทั้งนี้ตัวเลขปริมาณการผลิตเอทานอลจากวัตถุดิบภายในประเทศ ทั้งอ้อย กากน้ำตาล และมันสำปะหลัง มีกำลังการผลิตรวมกว่า 7 ล้านลิตรต่อวัน จากโรงงาน 28

แห่งทั่วประเทศ ปัจจุบันการใช้เอทานอลอยู่ที่ประมาณ 3.5 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งหากภาครัฐไม่มีมาตรการรองรับทดแทน จะยิ่งทำให้ปริมาณการใช้เอทานอลจริงให้ต่ำกว่าระดับ 3.5

ล้านลิตรต่อวันในปัจจุบัน ซ้ำเติมภาวะกำลังการผลิตส่วนเกินที่มีอยู่แล้วให้รุนแรงยิ่งขึ้น ด้านนายสิทธิบูรณ์ รัชตะสุวิโรจน์ ประธานสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน กล่าวว่า ภาครัฐควรเร่งกำหนดน…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยพีบีเอส · ชาวไร่มัน-อ้อย จี้รัฐสร้างตลาดใหม่ หวั่นหมดมาตรการชดเชยฉุดเอทานอลร่วง
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง