อินโดนีเซียสอบ "นักบินมาเลเซีย" ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ
อัปเดตเมื่อ: 6 สิงหาคม 2569 เวลา 02:09อ่าน 3 นาที

สำนักงานปราบปรามอาชญากรรมยาเสพติดอินโดนีเซีย เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิด ที่สนามบินในกรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 28 ก.ค.2569 ซึ่งปรากฏภาพนักบินสายการบิน Malaysia Airlines คนหนึ่ง
อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เดินไปรับกระเป๋าเดินทางสีเทา จากนั้นเข้ารับการตรวจกระเป๋าผ่านช่องทางของลูกเรือ แต่เมื่อเอกซ์เรย์แล้ว เจ้าหน้าที่ขอตรวจค้นกระเป๋าอีกรอบ พบถุงบรรจุยาเสพติดซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้า
โดยเป็นยาอี 70,114 เม็ด น้ำหนัก 26 กิโลกรัม และเมทแอมเฟตามีน 4 กรัม ที่สำคัญคือขวดบรรจุของเหลวที่บรรจุปัสสาวะ ซึ่งเชื่อว่านักบินเตรียมไว้เพื่อใช้ปลอมผลตรวจ
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยจากการตรวจหาสารเสพติดพบทั้งยาอี โคเคนและเมทแอมเฟตามีน ทางการ ระบุว่า นักบินคนดังกล่าวใช้ประโยชน์จากระบบการจัดการสัมภาระลูกเรือ โดยเขารับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างเป็นเงิน 50,000
ริงกิต หรือกว่า 400,000 บาท ให้ขนยาเสพติดเข้าอินโดนีเซีย และเคยพยายามทำมาแล้ว 3 ครั้ง ซึ่งอินโดนีเซียเป็นทั้งจุดหมายปลายทาง ของเส้นทางลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ
และเป็นทางผ่านไปยังออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ข้อมูลจากสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ชี้ว่า เมื่อปี 2568 อินโดนีเซีย ยึดยาไอซ์ได้มากกว่า 12,000 กิโลกรัม
สถานการณ์ล่าสุด
เพิ่มขึ้นจากปี 2567 กว่า 80% ยึดยาอีได้มากกว่า 2.3 ล้านเม็ด กัญชากว่า 500,000 กิโลกรัม ซึ่งยังไม่รวมต้นกัญชา อีกมากกว่า 100,000 กิโลกรัม นอกจากนี้ ยังมียาเสพติดอีกหลายประเภท
ทั้งเคตามีน โคเคน เฮโรอีน และอื่นๆ ทางการอินโดนีเซีย เชื่อว่านักบินคนดังกล่าวอาจเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ และคาดว่าผู้ร่วมขบวนการอาจยังอยู่ในกรุงจาการ์ตา
ขณะที่สายการบิน Malaysia Airlines ยืนยันว่า จะให้ความร่วมมือกับทางการอย่างเต็มที่ ท่ามกลางการตั้งคำถามถึงความหละหลวม ของการตรวจสอบนักบินและลูกเรือของสายการบินต่างๆ
มุมมองและผลกระทบ
ด้านสำนักงานควบคุมและปกป้องพรมแดนมาเลเซีย ชี้แจงว่า การตรวจคัดกรองผู้โดยสารและลูกเรือ ที่สนามบินในวันเกิดเหตุเป็นไปตามปกติ และไม่พบสิ่งต้องสงสัยใดๆ ซึ่งต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่า
ยาเสพติดรอดการตรวจค้นของสนามบินไปได้อย่างไร แต่ในขณะเดียวกัน มาเลเซียยืนยันถึงความปลอดภัยของสนามบิน โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่สกัดการลักลอบขนของผิดกฎหมายได้กว่า 30 ครั้งในช่วง 7
เดือนแรกของปี 2569 หลังจากมีเสียงวิจารณ์ถึงช่องว่างระหว่างการตรวจสอบของสนามบิน เพื่อค้นหาอาวุธ วัตถุระเบิดและสิ่งของที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
กับการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ตรวจหายาเสพติด ปัญหายาเสพติดในอาเซียนถือว่ารุนแรงมากขึ้นในภาพรวม เช่น เมทแอมเฟตามีน เมื่อปี 2568 หลายประเทศยึดได้เพิ่มมากขึ้น
โดยเฉพาะมาเลเซียที่ตัวเลขเพิ่มขึ้นเกือบ 270% ฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นกว่า 158% ส่วนไทยเพิ่มขึ้นน้อยกว่า แต่ในแต่ละปีไทยยึดยาเสพติดได้ในปริมาณที่สูงกว่าประเทศอื่นหลายเท่าตัว
ขณะที่สิงคโปร์ เวียดนาม บรูไนและกัมพูชา ยึดเมทแอมเฟตามีนได้ลดลงเมื่อปี 2568 แม้ตัวเลขของบางประเทศ จะไม่ได้ดูรุนแรงเท่ากับประเทศอื่นๆ แต่ไม่ได้รับปร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



