มติ ครม.ยกระดับความปลอดภัยโรงเรียนเป็นวาระแห่งชาติ
อัปเดตเมื่อ: 11 สิงหาคม 2569 เวลา 21:51อ่าน 3 นาที

วันนี้ (11 ส.ค.2569) ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ เสนอให้คณะรัฐมนตรี พิจารณายกระดับการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็น
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
“วาระแห่งชาติ” และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่เสนอ ภายหลังเกิดเหตุความรุนแรงในโรงเรียนพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 7 ส.ค.2569
โดยมุ่งยกระดับการป้องกันและรับมือเหตุในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้เด็ก ครู และบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ สำหรับมาตรการที่มีผลทันที กระทรวงศึกษาธิการ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ออกประกาศมาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา ลงวันที่ 10 ส.ค.2569 ให้สถานศึกษาดำเนินการทันที โดยกำหนดให้เป็น “เขตพื้นที่ปลอดภัย (School Safety Zone)” พร้อมจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ
เสรีภาพ และความปลอดภัยประจำสถานศึกษา จัดทำและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน และบูรณาการการทำงานกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หัวใจสำคัญคือการป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ
ด้วยการตรวจค้นและคัดกรองอาวุธ สิ่งผิดกฎหมาย และสิ่งของอันตรายก่อนเข้าสถานศึกษาอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการจัดระบบดูแลสุขภาพจิต เพื่อให้มาตรการความปลอดภัยครอบคลุมทั้งร่างกาย
สถานการณ์ล่าสุด
และจิตใจของนักเรียน ครู และบุคลากร ขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการ เร่งดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยทำงานร่วมกับนักจิตวิทยา คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทีม MCATT
ของกรมสุขภาพจิต พร้อมเตรียม “ห้องพักใจ (Safe Room)” เพื่อเป็นพื้นที่ช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจ และเตรียมความพร้อมครูและผู้ปกครอง ให้สามารถดูแลนักเรียนได้อย่างเหมาะสม
ก่อนกลับเข้าสู่การเรียนตามปกติ ส่วนการวางระบบระยะยาว ศธ. อยู่ระหว่างจัดทำกฎหมายแม่บทด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา เพื่อวางระบบการดูแลนักเรียนและนักศึกษาอย่างยั่งยืน
มุมมองและผลกระทบ
พร้อมติดตามและประเมินสภาพจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงคัดกรองภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หรือ PTSD ในระยะ 1 เดือน 3 เดือน และ 6 เดือน
เพื่อให้การเยียวยาไม่จบลงเพียงหลังเหตุการณ์ แต่ดูแลต่อเนื่องจนกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ “ รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ และจะไม่รอให้เกิดเหตุแล้วค่อยแก้ไข แต่จะเร่งป้องกัน เตรียมพร้อม
และดูแลเด็กทั้งกายและใจ โดยกระทรวงศึกษาธิการ จะประสานขอความร่วมมือไปยังทุกกระทรวงที่มีสถานศึกษาในสังกัด ให้นำมาตรการความปลอดภัยไปปรับใช้ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้เรียน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ให้เป็นแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ และสร้างความมั่นใจให้เด็ก ครู และผู้ปกครองว่าโรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย สำหรับการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของเด็กทุกคน ” รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ
กล่าว ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการ อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติว่า
ด้วยความปลอดภัยและการใช้เครื่องมือสื่อสารหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียนและนักศึกษาในสถานศึกษา ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย ( Law.go.th ) ระหว่างวันที่ 10 ส.ค.–9 ก.ย.2569
เพื่อวางกฎหมายแม่บทและระบบรองรับการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาในระยะยาว อ่านข่า…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



