ข้ามไปยังเนื้อหา

สตรีอิหร่านท้าทายไม่สวม "ฮิญาบ" อนุรักษนิยมจี้รัฐคุมเข้ม กม.แต่งกาย

อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 00:59อ่าน 3 นาที

สตรีอิหร่านท้าทายไม่สวม "ฮิญาบ" อนุรักษนิยมจี้รัฐคุมเข้ม กม.แต่งกาย
แชร์ข่าวนี้

วันนี้ (24 ส.ค.2569) CNN รายงานประเด็นความขัดแย้งทางวัฒนธรรมและการเมืองในประเทศอิหร่านกลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง ภายหลังจากวิกฤตการณ์ความตึงเครียดทางการเมือง

ประเด็นสำคัญ

และสงครามกับสหรัฐอเมริกาเริ่มเปลี่ยนผ่าน เข้าสู่ช่วงการปรับโครงสร้างอำนาจภายใต้การนำของฝ่ายอนุรักษ์นิยม โดยประเด็นการบังคับสวมผ้าคลุมฮิญาบของสตรี

ได้กลายเป็นชนวนความขัดแย้งสำคัญระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐบาลฝ่ายเคร่งศาสนากับประชาชนรุ่นใหม่ ในช่วงที่อิหร่านเผชิญหน้าทางทหารและภัยคุกคามจากสหรัฐฯ

รายละเอียดเพิ่มเติม

ทางการและกองกำลังความมั่นคงภายในได้ผ่อนผันการบังคับใช้กฎหมายแต่งกายอย่างเห็นได้ชัด ภาพของหญิงสาวที่ไม่สวมผ้าคลุมผม ปรากฏในกิจกรรมสนับสนุนรัฐบาลและสื่อของรัฐอย่างกว้างขวาง เช่น

กรณีวิดีโอของหญิงรายหนึ่งที่ไม่สวมฮิญาบและถือธงชาติอิหร่าน พร้อมระบุว่า สามีของเธอเป็นทหารและเธอภูมิใจในตัวเขา อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

กลุ่มนักการเมืองและผู้นำศาสนาฝ่ายอนุรักษนิยมได้เริ่มส่งเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลกลับมากวดขันมาตรการควบคุมสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "การเปลือยในที่สาธารณะ"

สถานการณ์ล่าสุด

โดยสื่อของรัฐได้รายงานข่าวการสั่งปิดกิจการร้านกาแฟ และร้านค้าหลายแห่งที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบแต่งกาย ซึ่งจากการสำรวจพบว่า มีการสั่งปิดร้านค้าในหลายเมืองใหญ่ รวมถึงกรุงเตหะราน เช่น

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. กลุ่มสิทธิมนุษยชน HRANA รายงานว่า ร้านกาแฟอย่างน้อย 7 แห่งถูกสั่งปิด และบัญชีโซเชียลมีเดียหลายแห่งถูกระงับ ขณะที่ จ.โคราซานใต้ มีร้านกาแฟถูกสั่งปิดถึง 10 แห่ง

ด้วยข้อหาละเมิดบรรทัดฐานสังคม การต่อสู้ทางกฎหมาย-บทลงโทษทางอาญา นับตั้งแต่เหตุการณ์ประท้วงใหญ่ "Woman Life Freedom" เมื่อ 4 ปีก่อน ซึ่งมีชนวนเหตุมาจากการเสียชีวิตของ "มาห์ซา

มุมมองและผลกระทบ

อามินี" ระหว่างถูกตำรวจศีลธรรมควบคุมตัว ปรากฏการณ์ขัดขืนกฎหมายการแต่งกายของสตรีอิหร่านยังคงขยายตัวสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน แม้จะมีรายงานจากองค์การแอมเนสตี อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า

ทางการได้ใช้มาตรการรุนแรงในการปราบปรามก็ตาม ประมวลกฎหมายอาญาอิสลามของอิหร่าน มาตรา 638 กำหนดให้การปรากฏตัวของสตรีในที่สาธารณะโดยไม่สวม "ฮิญาบตามหลักศาสนา" เป็นความผิดทางอาญา

แม้จะไม่ได้ระบุขอบเขตอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ในอดีตมีการพยายามบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้นพร้อมบทลงโทษและระบบสอดส่อง แต่ได้ถูกระงับไว้โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

ความเด็ดขาดของเจ้าหน้าที่ยังสะท้อนผ่านกรณีของ "ปารัสตู อาห์มาดี" นักร้องหญิงชื่อดัง พร้อมทีมงาน 8 คน ที่ถูกศาลเมืองกอมตัดสินลงโทษจำคุกและโบย 74 ครั้ง

พร้อมห้ามเดินทางออกนอกประเทศเป็นเวลา 2 ปี จากกรณีการถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตผ่านยูทูบโดยเปิดเผยไหล่ และไม่สวมผ้าคลุมผม ซึ่งถูกระบุว่า เป็นความผิดฐานทำลายศีลธรรมอันดีในพื้นที่ไซเบอร์

สตรีรุ่นใหม่เปิดหน้าท้าทาย แม้รัฐบาลจะเพิ่มมาตรการกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้หญิงอิหร่านจำนวนมากยังคงปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเปิดเผย

ในโซเชียลมีเดียปรากฏวิดีโอกลุ่มสตรีวัยรุ่น ขี่รถจักรยานยนต์ห…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยพีบีเอส · สตรีอิหร่านท้าทายไม่สวม "ฮิญาบ" อนุรักษนิยมจี้รัฐคุมเข้ม กม.แต่งกาย
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง