ข้ามไปยังเนื้อหา

ขอโอกาสให้หนังเล็กมีเวลา

อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 00:03อ่าน 3 นาที

ขอโอกาสให้หนังเล็กมีเวลา
แชร์ข่าวนี้

ครั้งที่ 4 แล้ว (เหรอ) นะ!

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

ผมหมายถึงงาน “Pattaya International Film Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์เมืองพัทยา” ที่เป็นความร่วมมือระหว่างเมืองพัทยา วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี, อพท.พัทยา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ รวมถึง บริษัท โมโน โปรดักชั่น ระหว่างวันที่ 22-30 สิงหาคม 2569 นี้น่ะ!

นัยว่า..เพื่อเป็นการยกระดับเมืองพัทยาสู่การเป็นจุดหมายของ “เทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติ” และขับเคลื่อนสู่การเป็น “เมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์” ของยูเนสโก โดยพิธีเปิดงานจะเริ่มขึ้นในวันที่ 28 สิงหา. ณ โคลอสเซียม โชว์พัทยา คาบาเรต์โชว์ มีการร่วมเดินพรมแดงสุดอลังการของผู้คนในแวดวงบันเทิง.. ทั้งผู้กำกับ นักแสดง โปรดิวเซอร์ และบุคลากรชั้นนำของวงการภาพยนตร์ไทยและนานาชาติ!

รายละเอียดเพิ่มเติม

ผู้สนใจ สามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live: MONOMAX ได้ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป!

ครับ..นั่นก็เป็นความพยายามในการที่จะ “ยกระดับเมืองพัทยา” สู่การเป็นจุดหมายของ “เทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติ”.. และต่อยอดอุตสาหกรรมภาพยนตร์ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน!

แต่อีกด้าน..ที่ “กรุงเทพฯ” มีเสียงโอดครวญเบาๆ ของคนทำหนังเล็กๆ โดยคุณอรุณศักดิ์ อ่องลออ “นายกสมาคมผู้สร้างภาพยนตร์อิสระไทย” ได้โพสต์.. “ขอเวลาสักนิดให้หนังเล็กๆ เรื่องนี้” “ล่าม The Thai Interpreter”, “หนังเล็กไม่ได้ขอให้คุณสงสาร แค่ขอเวลาให้คุณได้เจอมัน” วันนี้ผมอยากพูดแทนหนังเล็กๆ เรื่องหนึ่ง และจริงๆ แล้ว ผมอยากพูดแทนหนังเล็กทุกเรื่องในประเทศไทย หนังเรื่องนั้นชื่อ “ล่าม” หลายคนที่ได้ดูแล้วบอกกับเราว่า นี่เป็นหนังที่ดี เป็นหนังที่อยากบอกต่อ อยากชวนคนอื่นมาดู หลายคนในคลิปที่ผมแชร์มานี้ ดูแล้วอยากชวนคนอื่นมาดู ในรอบสื่อหลังดูหนังจบพวกเราไม่มีใครรีบกลับบ้าน เราอยู่ และยืนคุย พูดถึงความดีของหนังเรื่องนี้ และรู้ว่ามันน่าเป็นห่วงอย่างมาก กับสถานการณ์หนังเล็กๆ ในประเทศนี้ พวกเขาเหล่านั้นอยากให้คนไทยได้ดูหนังเรื่องนี้ แต่ปัญหาคือ...หนังดี มักไม่มีเวลาให้คนค้นพบ และมันก็อาจหายไป ก่อนที่คำว่า “หนังดี” จะเดินทางไปถึงคนดู หนังใหญ่มีทุนประชาสัมพันธ์ มีสื่อ มีพื้นที่ มีพลังที่จะทำให้คนรู้จักตั้งแต่ก่อนหนังเข้าฉาย แต่หนังเล็กไม่มีสิ่งเหล่านั้น สิ่งที่หนังเล็กมี คือ คนดูคนแรก คนหนึ่งดูแล้วชอบ บอกอีกคน อีกคนบอกอีกสิบคน นี่คือพลังที่สำคัญที่สุดของหนังอิสระ “ปากต่อปาก” แต่ปากต่อปาก...ต้องใช้เวลา ในขณะที่ระบบโรงภาพยนตร์ต้องวัดผลจากรายได้อย่างรวดเร็ว ถ้าคนดูน้อย รอบก็ลด รอบลด คนก็ยิ่งหาหนังไม่เจอ สุดท้ายหนังถูกถอดออกจากโรง ก่อนที่ปากต่อปากจะทันได้ทำงาน ผมเข้าใจโรงภาพยนตร์นะครับ โรงหนังก็คือธุรกิจ เขาต้องมีรายได้ และต้องบริหารพื้นที่ของเขา เพราะฉะนั้น วันนี้ผมไม่ได้ออกมาเรียกร้องให้ใครอุ้มหนังที่ไม่มีคนดู ผมกำลังขออีกอย่างหนึ่ง “ขอโอกาสให้หนังเล็กมีเวลา” และสำหรับคนดู ถ้าคุณกำลังคิดว่าจะดู “ล่าม” ดีไหม อย่าร…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยโพสต์ · ขอโอกาสให้หนังเล็กมีเวลา
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง