ลุ้นพายุลูกแรกเข้าเมือง
อัปเดตเมื่อ: 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 00:03อ่าน 3 นาที

ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์และดาวจรที่บ่งบอกพายุหมุนเขตร้อนจะเข้าเมือง พระเสาร์จร (7) เดินถอยหลังในราศีมีน ระหว่าง 27 ก.ค.-30 พ.ย.69 พฤหัสบดีจร (5) เดินในราศีกรกฎ ระหว่าง 1 มิ.ย.-19
อ่านข่าวในหมวด ทั่วไป เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ต.ค.69 พระราหูจร (8) เดินในราศีกุมภ์ ระหว่าง 5 พ.ค.68-22 พ.ย.69 พระอังคารจร (3) เดินในราศีเมถุน ระหว่าง 4 ส.ค.-19 ก.ย.69 ผู้เขียนขอลองวิชาโหราศาสตร์อุตุนิยมวิทยาอีกสักรอบ
เพราะปีที่แล้วทำนายได้เข้าเป้าว่าตุลาคม 2568 เป็นต้นไป เมืองจะอุดมไปด้วยฝน ผลคือแถวๆ ทุ่งเจ้าพระยานอกคันกั้นน้ำ-น้ำท่วมถึงหน้าอก และหาดใหญ่ รวมทั้งภาคใต้บางจุดโดนฝนถล่มหนัก
รายละเอียดเพิ่มเติม
พอมาปีนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาทั้งหลายต่างพากันทำนายว่า ซูเปอร์เอลนีโญรออยู่ ที่อาจจะรุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปี อาการคืออุณหภูมิจะสูง-ปริมาณฝนจะต่ำกว่าเกณฑ์ปกติร้อยละ 10 ถึง
30-น้ำในเขื่อนหลักจะลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำที่จะใช้ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี โดยคาดการณ์ว่าซูเปอร์เอลนีโญนี้จะเกิดตั้งแต่ปลายปี 2569 เป็นต้นไป
จิ้งจกทักเรายังต้องฟัง แต่นี่ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกและประเทศเตือนมาก็ยิ่งต้องใส่ใจ ครั้นพอตรวจดูรายงานปริมาณน้ำในเขื่อนหลักถึง ณ วันที่ 23 กรกฎาคม 2569
สถานการณ์ล่าสุด
ปรากฏว่ายังน้อยผิดปกติในหลายเขื่อนคือ แควน้อยบำรุงแดน-มูลบน-น้ำพุง-ป่าสักชลสิทธิ์-สียัด-นฤบดินทรจินดา-และเขื่อนปราณบุรี ส่วนเขื่อนน้ำน้อยก็มีหลายเขื่อนกระจายอยู่ทุกภูมิภาค
เขื่อนที่มีปริมาณน้ำปานกลางก็พอมี รวมทั้งเขื่อนหลักอย่างภูมิพล และสิริกิติ์ โดยเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำร้อยละ 53 เขื่อนนี้ผู้เขียนจำได้ว่าเคยมีผู้รับผิดชอบบอกว่า ถ้าจะให้พออุ่นใจได้
ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพลควรจะมีร้อยละ 60 ขึ้นไป ฉะนั้นหากจะรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญปลายปีนี้-ข้ามไปปีหน้า คงต้องภาวนาให้ฝนตกลงมาเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ให้มากที่สุด
มุมมองและผลกระทบ
ย้อนกลับไปตั้งแต่ต้นฤดูฝนปีนี้ที่เริ่มมาตั้งแต่ต้นพฤษภาคม 2569 มีเฉพาะอิทธิพลของมรสุมและร่องฝนที่นำฝนมาตก โดยยังไม่มีอิทธิพลพายุหมุนเขตร้อนเข้าเมือง ต่อไปนี้หากจะพอเป็นประโยชน์บ้าง
ผู้เขียนขอใช้หลักโหราศาสตร์อุตุนิยมวิทยามาพอเป็นแนวทางคลำหาพายุและฝน ดังนี้ 1.ตั้งแต่ประมาณ 27 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ดาวที่จำกัดปริมาณน้ำหยุดมีอิทธิพลชั่วคราวไปจนถึงประมาณ 30
พฤศจิกายน 2569 (พระเสาร์ 7 ดาวแห่งการจำกัดปริมาณเดินถอยหลัก หรือพักร ในราศีมีนธาตุน้ำ) เปิดโอกาสให้ดาวบันดาลฝนตกทำหน้าที่ได้เต็มที่ คือ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
2.ดาวแห่งความชุ่มชื้นที่ทำหน้าที่แบบถูกจำกัดมาตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน 2569 ก็จะได้ทำหน้าที่เต็มที่ตั้งแต่ประมาณ 27 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป และจะเป็นไปถึงประมาณ 19 ตุลาคม 2569
(พฤหัสบดีจร 5 เดินในราศีกรกฎ-ธาตุน้ำ) โดยฝนที่ตกนี้จะมาจากมรสุมหรือร่องฝนที่จะชุกขึ้นกว่าที่ผ่านมา
3.ส่วนอิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อนที่จะเข้าประเทศไทยลูกแรกปีนี้จะเริ่มเห็นเค้าลางตั้งแต่ประมาณ 4 สิงหาคม-19 กันยายน 2569 ก่อนหรือหลังประมาณ 7 วัน
คาดว่าพายุนี้อาจจะเป็นไปได้ทั้งระดับหย่อมคว…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์


