เรื่องใหญ่ของ‘คนหิวน้ำ’?
อัปเดตเมื่อ: 3 สิงหาคม 2569 เวลา 00:03อ่าน 3 นาที

ไม่เคยคิดว่าจะเจอเอง ปกติเป็นคนพูดดี ยิ้มหวานกับพยาบาลทุกที่ แต่คือ เราก็เคยไปแต่เอกชนไง..วันนี้มีเหตุสุดวิสัยต้องไป..(รพ.รัฐจ้า) ให้รอนานเป็นชั่วโมง เราไม่ว่าอะไรเลย แต่เราคอแห้ง ก็เลยบอกพยาบาลที่เดินผ่านมาว่า เราหิวน้ำ คอแห้ง ปากแห้งมากแล้ว นางพยาบาลหันมาชักสีหน้า ขมวดคิ้วเชิดปากขึ้นข้างนึง ถามย้อนมาว่า “แล้วจะให้ทำไง?”
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
คือ..บอกเราดีๆ ก็ได้ว่าหาน้ำดื่มได้ที่ไหน คำตอบยังไม่เท่าไหร่..แต่สีหน้าคือ!!? ชั้นไม่เคยได้รับการปฏิบัติเยี่ยงนี้!!
เข้าใจแล้วทำไมคนถึงด่า รพ.รัฐกันจัง ที่ผ่านมาก็เคยคิดเข้าข้างพยาบาลรัฐนะเวลามีดรามา แต่หลังจากนี้คงอยู่ทีมช่วยด่าอะจ้ะ.. ป.ล.สุดท้ายหมอบอก “หมอรักษาไม่เป็นนะ อาการนี้ให้กลับไปกรุงเทพฯ หรือเข้าไปเพชรบุรี” อห อห อห. ทั้งหมดนี้..เป็นข้อความที่ “คุณแต๊งค์-พงศกร มหาเปารยะ” อดีตนักแสดงโพสต์ ซึ่งความจริงก็เป็นเรื่องความรู้สึกส่วนตัวของปุถุชนคนหนึ่ง ไม่เห็นจะต้องนำมาขยายความอะไรกันต่อ อีกอย่างก็เป็นที่เข้าใจ-ลึกซึ้งกันดีอยู่แล้วสำหรับผู้คนนับหมื่น-นับแสนหรือนับล้านที่ใช้บริการโรงพยาบาลของรัฐเป็นประจำ ที่บางครั้ง-บางโอกาสของบางคนก็ย่อมจะต้องพบ-ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยจะสบอารมณ์กับการให้บริการของบุคลากรทางการแพทย์ แต่ด้วยที่คลุกคลี-ใกล้ชิดอยู่กับหมอกับพยาบาล ญาติ-ผู้ป่วยจึงทำใจได้ ไม่ค่อยถือสากับอารมณ์หรือสีหน้าบึ้งตึง เพราะรู้-เข้าใจดีว่าบุคลากรฯ โดยเฉพาะพยาบาลแต่ละคนนั้น.. ต้องเร่งรีบกับการให้บริการกับผู้ป่วย ทั้งยังพกความตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา ที่วันๆ ผู้ป่วยแทบจะล้นโรงพยาบาล!
รายละเอียดเพิ่มเติม
อย่างคุณแต๊งค์ที่บอกว่า “เป็นครั้งแรกในชีวิต” ที่เข้าไปใช้บริการโรงพยาบาลรัฐ ก็เข้าใจได้ และเป็นธรรมดาของคนใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนมาตลอด ที่จะได้รับเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด..หิวน้ำ ก็เดินไปหยิบเอาในตู้แช่ใกล้ๆ ที่นั่งรอคิว ไม่ต้องไปเดินหา หรือถ้าขี้เกียจหรือติดเจ้ายศ-เจ้าอย่าง เจ้าคน-นายคน.. ก็..เพียงยิ้มเล็กน้อยให้กับพยาบาลหน้าใสๆ-สวยๆ พร้อมเอ่ย “คอแห้ง ปากแห้งมาก” ..เธอจะรีบไปหยิบน้ำมายื่นให้ด้วยความยินดีทันที!
คุณแต๊งค์จึงไม่ชิน-ไม่คุ้นกับสภาพ รพ.รัฐ ยิ่งต้องมานั่งรอเป็นชั่วโมงๆ (เป็นเรื่องปกติของคนอื่น) ก็อาจจะมีอารมณ์ขุ่นมัว หงุดหงิด พอมาเจอกับคำพูด “แล้วจะให้ทำไง”?
.. จึงเลยปรี๊ดด ทั้งๆ ที่ พยาบาลท่านนั้นอาจจะถามด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้คิดหรือมีความรู้สึกอื่นเจือปนเลย นอกจากความเครียดกับความเร่งรีบที่จะให้บริการผู้ป่วย!
สถานการณ์ล่าสุด
ส่วนที่ว่า “เธอชักสีหน้า ขมวดคิ้ว เชิดปากขึ้นข้างนึง” นั้น ผมก็สงสัยว่าเธอจะแสดงภาษากาย หรืออารมณ์ความรู้สึกเช่นนี้ไปเพื่ออะไร?
เพราะอีกฝ่ายก็ไม่ได้ทำให้เธอถึงกับโกรธ หรือหมั่นไส้นี่นา แต่แม้จะชักสีหน้าจริง คุณแต๊งค์ก็ไม่ควรจะถึงกับสลิ้งแตก หยามเหยียดเธอ.. “เรียนหนังสือจบมาได้ไง ทัศนคติแบบนี้ ยากจะพัฒนาแหละ” ให้เป็นที่อับอายเลย!
อย่างที่ผมเคยเจอ-เคยเล่าจากประสบการณ์ตัวเองนั่นแหละว่า โรงพยาบาลของรัฐเวลานี้ แออัดยัดทะยานไปด้วยผู้ป…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



