“พาณิชย์” จับมือเอกชนเร่งเครื่อง ดัน “ข้าวไทย”บุกตลาดฟิลิปปินส์
อัปเดตเมื่อ: 19 สิงหาคม 2569 เวลา 18:01อ่าน 3 นาที

วันนี้ ( 19 ส.ค.2569) นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯและสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เยือนกรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์
ประเด็นสำคัญ
เพื่อกระชับความร่วมมือด้านการค้าข้าวระหว่างไทยและฟิลิปปินส์ และได้หารือกับ Food Terminal Incorporated (FTI) รัฐวิสาหกิจด้านการค้าและโลจิสติกส์สินค้าเกษตรของฟิลิปปินส์ ร่วมกับ The
Philippine Rice Importers Association (PRIA) และ Philippine Rice Industry Stakeholders Movement (PRISM) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ตลาดข้าว นโยบายด้านความมั่นคงทางอาหาร
รายละเอียดเพิ่มเติม
แนวโน้มความต้องการนำเข้าข้าว ตลอดจนหารือแนวทางพัฒนาระบบโลจิสติกส์และลดอุปสรรคทางการค้า และหารือกับหน่วยงาน Bureau of Plant Industry (BPI)
ซึ่งกำกับดูแลการนำเข้าสินค้าเกษตรและความปลอดภัยทางอาหาร โดยไทยได้ใช้โอกาสนี้ผลักดันการอำนวยความสะดวกการส่งออกข้าวไทยให้เข้าสู่ตลาดฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะข้าวคุณลักษณะพิเศษ ได้แก่
ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมปทุมธานี และข้าวคุณภาพของไทยชนิดอื่น ๆเพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์และจุดแข็งของข้าวไทย และต่อยอดความสัมพันธ์ระหว่างผู้ส่งออกข้าวไทยกับผู้นำเข้าฟิลิปปินส์ นางอารดา
สถานการณ์ล่าสุด
กล่าวว่า การเยือนครั้งนี้สะท้อนถึงการขับเคลื่อนการส่งออกข้าวไทยเชิงรุกผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในด้านการติดตามนโยบายของประเทศคู่ค้า การอำนวยความสะดวกทางการค้า
การสร้างเครือข่ายกับผู้นำเข้า และการประชาสัมพันธ์คุณภาพข้าวไทย เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลก
โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดข้าวไทยเผชิญการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงและความไม่แน่นอนจากภาวะเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ การรักษาตลาดสำคัญอย่างฟิลิปปินส์จึงมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างเสถียรภาพ
มุมมองและผลกระทบ
สำหรับการส่งออกในระยะยาว ทั้งนี้ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม–มิถุนายน) ไทยส่งออกข้าวไปฟิลิปปินส์ 295,939 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 110.47 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยเป็นการส่งออกข้าวขาว ร้อยละ 98.82 รองลงมา ได้แก่ ข้าวหอมมะลิไทย ร้อยละ 0.97 ข้าวเหนียว ร้อยละ 0.18 และข้าวหอมไทย ร้อยละ 0.03 ปัจจุบัน
ฟิลิปปินส์ยังคงให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร และต้องพึ่งพาการนำเข้าข้าวเพื่อรองรับความต้องการบริโภคภายในประเทศ ป้องกันความขาดแคลนจากภัยแล้ง และรักษาเสถียรภาพราคา
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แม้ว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังนิยมบริโภคข้าวขาวหัก 25% แต่ความต้องการข้าวคุณภาพและข้าวชนิดพิเศษก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคในเขตเมือง ธุรกิจร้านอาหาร
และโรงแรม ขณะเดียวกัน กรมฯ ยังมองเห็นโอกาสของข้าวพื้นนุ่มของไทยและที่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ รวมถึงข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดฟิลิปปินส์
ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศพร้อมผลักดันและอำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกไทยเข้าถึงตลาดฟิลิปปินส์ได้มากยิ่งขึ้น โดยคาดว่าปี 2569 ไทยจะสามารถส่งออกข้าวไปยังฟิลิปปินส์ได้ไม่ต่ำกว่า 600,000
ตัน อ่านข่าว: ตลาดหลักเร่งซื้อข้าวไท…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



