ทายาทท้าเจ้าอาวาสเปิดโฉนดตัวจริง อ้างพระผู้ใหญ่แนะให้ปรับรื้อพื้นที่ เพราะเป็นวัดเถื่อน
อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 14:30อ่าน 3 นาที

ทายาทยืนยันที่ดินวัดดังขอนแก่นเป็นกรรมสิทธิ์ของครอบครัว ท้าเจ้าอาวาสเปิดโฉนดตัวจริงพร้อมเตรียมเอาแม็คโครมาจ้วง วอนรัฐตรวจสอบวัดเถื่อนทั่วประเทศ
อ่านข่าวในหมวด สังคม เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ขณะที่ตำรวจเร่งเก็บหลักฐานวงจรปิดตามตัวคนร้ายก่อเหตุป่วนวัด 12 สิงหาคม 2569 - จากกรณีที่กลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 10คน ก่อเหตุใช้ท่อและปูนมาวางปิดทางเข้า-ออกวัดป่าอดุลยาราม
ซึงตั้งอยู่ภายในชุมชนกังสดาล ด้านข้าง ม.ขอนแก่น เขตเทศบาลนครขอนแก่น พร้อมกับติดตั้งป้ายให้ทำการรื้อถอนสิ่งของภายในวัดให้ออกจากวัดภายใน 15 วันตามข่าวที่ได้นำเสนอไปอย่างต่อเนื่องนั้น
รายละเอียดเพิ่มเติม
ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ประสางานไปยัง นางเอ (เจ้าตัวไม่ขอปิดเผยชื่อและนามสกุล) ทายาทและเป็นหลานสาวของนายเฮียง พิมพ์ศรี ให้ข้อมูลทางโทรศัพท์ว่า
เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดิน โดยโฉนดเลขที่ 61945 เนื้อที่ 21 ไร่ หากรวมพื้นที่ส่วนหัวไร่ไปจนถึงนา จะมีประมาณ 28 ไร่เศษ เป็นที่ดินของนายเฮียง พิมพ์ศรี
ซึ่งเป็นคุณตาของตน และปัจจุบันยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวเช่นเดิม ซึ่งครอบครัวได้ยื่นขอออกโฉนดที่ดินใหม่ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น
สถานการณ์ล่าสุด
โดยสำนักงานที่ดินได้ออกประกาศเป็นเวลา 30 วัน และจะครบกำหนดในวันที่ 27 ส.ค.นี้ หากไม่มีผู้คัดค้านหรือดำเนินการใด ๆ โดยผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นหรืออ้างสิทธิต่าง ๆ
ไม่ได้มีส่วนได้เสียหรือนิติสัมพันธ์กับโฉนดแปลงดังกล่าว "การสร้างหรือตั้งวัดต้องเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินจึงจะสามารถขออนุญาตก่อสร้างได้
โดยต้องนำโฉนดไปยื่นต่อเทศบาลหรือหน่วยงานในพื้นที่ ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่าเป็นการก่อสร้างบนโฉนดเลขที่ใดหากมีการอ้างว่าเป็นวัด เอกสารและกระบวนการต่าง ๆ ควรได้รับการตรวจสอบ
มุมมองและผลกระทบ
โดยมองว่าประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงตัวเจ้าอาวาส แต่ต้องตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นอยู่เบื้องหลังหรือไม่ และอาจมีเรื่องผิดกฎหมายอื่น ๆ รวมอยู่ด้วย
ส่วนเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินยังเป็นของเจ้าของเดิม และที่ดินไม่สามารถหายไปจากผืนแผ่นดินได้ เมื่อเจ้าของที่ดินเสียชีวิต กรรมสิทธิ์ต้องตกทอดไปยังทายาท หากหลวงพ่อมีโฉนดตัวจริง
ขอให้นำออกมาแสดงเพื่อให้เห็นว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงเป็นใคร และขอเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยไม่เข้าข้างฝ่ายใด และอยากให้มีการตรวจสอบวัดเถื่อนในภาคอีสานด้วย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพราะมีมากกว่า 4,000 แห่ง และหนึ่งในนั้นคือวัดอดุลยาราม เพราะจากการตรวจสอบเอกสารแล้ว ไม่พบชื่อวัดดังกล่าวในทำเนียบวัดของเขตคณะสงฆ์ภาค 9" นางเอ กล่าวต่อว่า คุณตาคือนายเฮียง พิมพ์ศรี
มีความตั้งใจว่าจะให้ที่ดินเพื่อสร้างวัด โดยเดิมนายเฮียงเป็นผู้จัดสรรที่ดินขายและเป็นผู้ใหญ่บ้าน จึงมีความคิดที่จะสร้างวัด และมีการมอบโฉนดให้จริงในวันที่ 17 ส.ค. 2533
แต่ขณะนั้นนายเฮียงมีทะเบียนสมรสกับนาง นาง พิมพ์ศรี และการให้ที่ดินมีเงื่อนไขที่นายเฮียงเขียนไว้ว่า จะทำนิติกรรมให้ต่อเมื่อวัดสมบูรณ์แล้ว
หมายถึงต้องสร้างวัดให้แล้วเสร็จและมีวิสุงคามสีมาและองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ชัดเจนว่าเป็นวัด…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



