เทรนด์การดูแลสุขภาพชะลอวัย สนค.เผยโอกาสทอง “สินค้าเกษตรฟังก์ชัน”
อัปเดตเมื่อ: 19 สิงหาคม 2569 เวลา 18:01อ่าน 3 นาที

วันนี้ ( 19 ส.ค.2569) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. วิเคราะห์เทรนด์สุขภาพในตลาดโลก พบว่า
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เทรนด์การดูแลสุขภาพและการชะลอวัย (Wellness and Longevity) กำลังเป็นขุมทรัพย์ใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก คาดว่าผู้บริโภคทั่วโลกจะใช้จ่าย ในกลุ่มสินค้าและบริการทางการแพทย์สูงถึง 6.7
ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2583 ซึ่งเป็นการเติบโตกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วง 15 ปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นโอกาสสำคัญในการพลิกโฉมสินค้าเกษตรไทย
รายละเอียดเพิ่มเติม
ด้วยการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์เพื่อสกัดสารสำคัญจากพืชพื้นบ้าน พัฒนาสู่นวัตกรรมเชิงการแพทย์ (Medical-Grade) ตอบโจทย์ตลาดสุขภาพเชิงป้องกันที่มีมูลค่ามหาศาล
ปัจจุบันเส้นแบ่งระหว่างสินค้าอาหาร ความงาม เทคโนโลยี และการแพทย์ เริ่มกลายเป็นสินค้าประเภทเดียวกัน ผู้บริโภคยุคใหม่มีแนวคิดไม่รอให้ป่วย
แต่ยอมจ่ายเงินเพื่อดูแลสุขภาพระยะยาวด้วยสินค้าที่พิสูจน์ผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์ได้ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและสมุนไพรของไทยยังคงเป็นที่ต้องการอย่างมาก โดยในปี 2568
สถานการณ์ล่าสุด
ไทยมีมูลค่าค้าปลีกในกลุ่มสมุนไพรสูงถึง 1,357.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (จัดเป็นอันดับที่ 11 ของโลก) ขยายตัว 5.2% จากปีก่อนหน้า และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจนแตะระดับ 1,836.4 ล้านเหรียญสหรัฐ
ภายในปี 2573 ซึ่งหากไทยสามารถยกระดับผลผลิตการเกษตรให้สอดรับกับเทรนด์นี้ได้ จะยิ่งสร้างรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมาก ข้อมูลจาก Business of Wellness and Longevity: Key Expansion and
Growth Levers ของ Euromonitor International ระบุว่า ตลาดผลิตภัณฑ์ที่ชูจุดขายด้านสุขภาพกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 สินค้าอุปโภคบริโภค (Fast-Moving Consumer Goods: FMCG)
มุมมองและผลกระทบ
ในช่องทางออนไลน์กว่า 50% จะมุ่งเน้นจุดขายด้านสุขภาพ และผู้บริโภคยินดีจ่ายเงินเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20% หากสินค้านั้นมีผลทดสอบทางวิทยาศาสตร์รองรับว่าได้ผลจริง ดังนั้น
จึงเป็นโอกาสสำคัญที่อุตสาหกรรมเกษตรนวัตกรรมและสมุนไพรไทยจะต้องเร่งปรับตัวผ่าน 4 กลยุทธ์เร่งด่วน ทั้งการ ยกระดับสารสกัดเกษตรสู่ระดับการแพทย์ (Medical-Grade Extraction)
ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะสารสกัดจากธรรมชาติ (Botanicals) ที่นิยมใช้ในเครื่องสำอาง และมีการเติบโตสูงถึง 19.1% (ระหว่างปี 2564
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
– 2568) ผอ. สนค. กล่าวอีกว่า ประเทศไทยควรลงทุนด้านวิจัยทางคลินิก (Clinical Validation) เพื่อดึงสารสำคัญ (Active Ingredients) จากพืชผลที่มีความโดดเด่น (Product Champions)
โดยนำร่องจากสมุนไพร Herbal Champions ของไทย เช่น การดึงสรรพคุณของใบบัวบก ที่โดดเด่นเรื่องการสมานเซลล์ผิวและต้านริ้วรอยมาใช้ในเวชสำอางระดับการแพทย์
และการใช้ขมิ้นชันที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบลึกถึงระดับเซลล์ หรือการใช้กระชายดำเพื่อช่วยระบบเผาผลาญ รวมทั้งการตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่ม เช่น สมุนไพรลดความเครียด ช่วยการนอนหลับ
และบำรุงสมอง โดยสร้าง…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



