ระวังให้ดี ไม่ชอบดื่ม “น้ำเปล่า” เสี่ยงป่วยเป็นโรคอะไรบ้าง ?
อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 20:33อ่าน 3 นาที

ระวังให้ดี ใครไม่ชอบดื่ม “น้ำเปล่า” คิดว่าดื่มน้ำอื่น ๆ แทนกันได้ ไม่ว่าจะชา กาแฟ หรือน้ำผลไม้ บอกเลยอันตราย เสี่ยงป่วยเป็นหลายโรค หลายคนแทบไม่ดื่มน้ำเปล่า แต่เลือกเติมความสดชื่นด้วยน้ำอัดลม ชานม กาแฟ น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มชูกำลังแทน เพราะคิดว่าอย่างไรก็มีน้ำเป็นส่วนประกอบเหมือนกัน แต่แม้เครื่องดื่มเหล่านี้จะช่วยเติมของเหลวให้ร่างกายได้ สิ่งที่ต้องระวังคือ “ส่วนประกอบอื่น” ที่มาพร้อมกับน้ำ โดยเฉพาะน้ำตาล คาเฟอีน และโซเดียม หากดื่มเป็นประจำอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพหลายด้าน ไม่ดื่มน้ำเปล่า ไม่ได้แปลว่าขาดน้ำเสมอไป การได้รับน้ำไม่ได้มาจากน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว ชา กาแฟ นม ซุป รวมถึงน้ำจากผักและผลไม้ก็มีส่วนช่วยเติมของเหลวให้ร่างกายได้ ดังนั้น คนที่ไม่ดื่มน้ำเปล่าอาจไม่ได้อยู่ในภาวะขาดน้ำ หากยังได้รับของเหลวเพียงพอในแต่ละวัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ คุณภาพของเครื่องดื่ม เพราะการดื่มชานมหวานหรือน้ำอัดลมแทนน้ำเปล่าเป็นประจำ เท่ากับร่างกายได้รับน้ำตาลและพลังงานเพิ่มขึ้นทุกวัน ขณะที่กาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลังอาจทำให้ได้รับคาเฟอีนมากเกินไป ด้วยเหตุนี้ น้ำเปล่าจึงยังเป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุดสำหรับการดื่มเป็นประจำ เพราะเติมน้ำให้ร่างกายโดยแทบไม่มีพลังงาน น้ำตาล หรือสารเติมแต่งอื่น หากดื่มน้ำน้อย ร่างกายจะส่งสัญญาณอะไร?
ประเด็นสำคัญ
หากร่างกายได้รับของเหลวไม่เพียงพอ อาจเริ่มสังเกตได้จาก กระหายน้ำและปากแห้ง ปัสสาวะน้อยหรือมีสีเข้ม อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ เวียนศีรษะหรือหน้ามืด สมาธิลดลง หากขาดน้ำรุนแรง อาจมีหัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตลดลง สับสน หรือเป็นลมได้ โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน ออกกำลังกายหนัก มีไข้ อาเจียน หรือท้องเสีย ดื่มน้ำหวานแทนน้ำเปล่าทุกวัน เสี่ยงโรคอะไร?
1. น้ำหนักเกินและโรคอ้วน น้ำหวานเป็นแหล่งพลังงานที่ดื่มได้ง่าย แต่ไม่ได้ทำให้อิ่มเท่าการกินอาหารเป็นมื้อ จึงมีโอกาสได้รับพลังงานเกินโดยไม่รู้ตัว หากดื่มเป็นประจำร่วมกับการเคลื่อนไหวน้อย น้ำหนักและไขมันสะสมก็อาจเพิ่มขึ้น 2. เบาหวานชนิดที่ 2 การได้รับน้ำตาลในปริมาณสูงเป็นประจำ โดยเฉพาะในคนที่มีน้ำหนักเกินหรือมีไขมันหน้าท้องมาก อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะดื้ออินซูลินและเบาหวานชนิดที่ 2 น้ำอัดลม ชานม และกาแฟที่เติมไซรัปหรือน้ำตาลจำนวนมาก จึงไม่ควรใช้เป็นเครื่องดื่มหลักตลอดทั้งวัน 3. ไขมันพอกตับและไขมันในเลือดสูง น้ำตาลส่วนเกิน โดยเฉพาะน้ำตาลฟรักโทส สามารถถูกเปลี่ยนเป็นไขมันและสะสมในตับได้ การดื่มเครื่องดื่มรสหวานเป็นประจำจึงสัมพันธ์กับภาวะไขมันพอกตับและระดับไตรกลีเซอไรด์ที่สูงขึ้น 4. เพิ่มปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ การดื่มน้ำหวานบ่อย ๆ มีความสัมพันธ์กับน้ำหนักเกิน เบาหวาน ไตรกลีเซอไรด์สูง และความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด ไม่ได้หมายความว่าดื่มน้ำอัดลมหนึ่งแก้วแล้วจะเป็นโรคหัวใจ แต่ความเสี่ยงเกิดจากพฤติกรรมที่สะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน 5. ฟันผุและเคลือบฟันสึก น้ำตาลเป็นอาหารของแบคทีเรี…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



