ยอมเสียสละได้ไหม?
อัปเดตเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 00:03อ่าน 3 นาที

เมษา.ปี 2572 .. ได้ยินว่า “ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน” จะหมดอายุลง ซึ่งนับวัน-นับเดือนจากนี้ก็เหลือแค่ 2 ปีปลายๆ แต่ดูเหมือนหน่วยงานกำกับดูแล คือ..สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะยังไม่มี “กรอบนโยบาย” ที่ชัดเจน แม้ทาง “สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล” ได้ยื่นหนังสือติดตามทวงถามความชัดเจนจาก กสทช.อย่างต่อเนื่องมา ก็ตามที!
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
นั่นหมายความว่า..หาก กสทช.ไม่สามารถเคาะ “แผนแม่บท” และ “หลักเกณฑ์การประมูล” หรือเยียวยาได้ล่วงหน้า ช่องทีวีก็จะไม่สามารถวางแผนธุรกิจหรือกู้เงินลงทุนได้ ซึ่งจะทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดวิกฤต “ทีวีจอดับ” และส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค!
ยิ่งขณะนี้ ได้เกิดปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับสถานะคุณสมบัติของ “ประธาน กสทช.” นำองค์กรเข้าสู่ภาวะ “สุญญากาศทางกฎหมาย”.. ก็ยิ่งจะส่งผลให้การอนุมัติและขับเคลื่อนแผนงานต่างๆ ล่าช้าออกไปโดยไม่รู้ทิศทางอนาคตจะลงเอยอย่างไร?
รายละเอียดเพิ่มเติม
เพราะการที่ “กรรมการ” อย่างน้อย 3 ท่านปฏิเสธที่จะเข้าร่วมประชุมด้วยเกรงว่ามติใดๆ ที่ลงนามโดยประธานที่ถูกชี้ว่าขาดคุณสมบัติ จะเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องเป็นโมฆะ จึงทำให้โรดแมปทีวีดิจิทัล รวมถึงแนวทางการ “ประมูลใบอนุญาต” และมาตรการเยียวยาก่อนหมดอายุสัมปทานในปี 2572 ไม่สามารถเดินหน้าพิจารณาต่อได้!
แม้ผู้ประกอบการ-ภาคส่วนต่างๆ จะเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาช่วยเร่งปลดล็อกปัญหา เพื่อไม่ให้โครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศเสียหายไปมากกว่านี้ อย่างคุณสุภิญญา กลางณรงค์ อดีตกรรมการ กสทช. ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับ “เนชั่นออนไลน์” ว่า.. “บุคคลที่จะสามารถปลดล็อกวิกฤตนี้ได้มีอยู่ 2 ฝ่ายหลัก คือ ประธาน กสทช. และนายกรัฐมนตรี โดยเรียกร้องให้ประธาน กสทช. แสดง “ความเสียสละ” ด้วยการยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว เช่นเดียวกับที่ตนเคยทำในอดีต เพื่อเปิดทางให้กระบวนการทางกฎหมายและความชัดเจนเดินหน้าต่อไปได้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของประเทศ การหยุดปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่การยอมลาออก หรือยอมรับในผลการลงมติของกรรมการสรรหา นพ.สรณ ยังมีช่องทางอื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งความชอบธรรมในตำแหน่ง อย่างการฟ้องศาลปกครอง.. การยื้อกันไปมาระหว่างกรรมการ กสทช. และปล่อยให้สถานการณ์ค้างคา เปรียบเสมือนการปล่อยให้อุตสาหกรรมล่มสลายไปต่อหน้า ซึ่งสร้างความเสียหายและผลกระทบที่ยากจะเยียวยาต่อผู้เกี่ยวข้องนับหมื่นชีวิต..ตอนนี้สปอตไลต์ทั้งหมดต้องพุ่งไปที่ทำเนียบรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีแล้ว เนื่องจาก กสทช.ดูแลโครงสร้างพื้นฐานทั้ง 5G, AI และวิกฤตทีวีดิจิทัลที่กำลังจะหมดอายุใบอนุญาตในอีกไม่ถึง 2 ปี ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก นายกฯ จึงควรเร่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ให้ประธาน กสทช.พ้นจากตำแหน่งโดยเร็ว ตามมติของกรรมการสรรหา และควรออกมาแสดงจุดยืนและมีคำตอบที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้สังคมต้องเคว้งคว้าง และเดินหน้าต่อไปได้ ฐานเสียงของรัฐบาลส่วนใหญ่อยู่ในต่างจังหวัดและเป็นประชาชนรากหญ้าที่ยังคงพึ่งพาโทรทัศน์ภาคพื้นดิน (Free TV) หากปล…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



