“พชร” จี้รัฐทบทวนภาษีสรรพสามิต สร้างสมดุลลงทุนไทย ดันอุตสาหกรรมเดิม–ใหม่โตคู่กัน
อัปเดตเมื่อ: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 10:05อ่าน 3 นาที

“พชร” ชี้ ยุทธศาสตร์การลงทุนของไทยต้องสร้างสมดุล จี้ รัฐทบทวนอัตราภาษีสรรพสามิตให้เป็นเกิดความเป็นธรรม แนะ เปิดทางให้อุตสาหกรรมเดิม-อุตสาหกรรมใหม่เติบโตไปด้วยกัน พร้อมเสนอ 4 แนวทาง
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ออกมาแสดงความเห็นถึงทิศทางและยุทธศาสตร์การลงทุนภาคอุตสาหกรรมของไทยในปัจจุบัน โดยกล่าวถึงแนวคิด Trickle-Down Effect
เบื้องหลังของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยตั้งแต่แผนพัฒน์ฉบับแรกถึงปัจจุบัน ที่เชื่อว่า การทุ่มสิทธิประโยชน์ให้นักลงทุนรายใหญ่หรืออุตสาหกรรมดาวรุ่งก่อน
รายละเอียดเพิ่มเติม
แล้วผลประโยชน์จะไหลลงมาสู่ผู้ประกอบการรายย่อยและแรงงานเองในที่สุดนั้น จะใช้ได้จริงก็ต่อเมื่อประเทศมีกลไกบังคับหรือส่งเสริมให้เกิดการถ่ายทอดมูลค่าอย่างเป็นรูปธรรม
ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศ (local content) การถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือการพัฒนาบุคลากรร่วมกับซัพพลายเออร์ท้องถิ่น “ถ้าไม่มีกลไกเหล่านี้ Trickle-Down
จะไม่เกิดขึ้นเอง เม็ดเงินลงทุนจะกระจุกอยู่ที่ผู้เล่นรายใหญ่และซัพพลายเชนที่นำเข้าจากต่างประเทศ” พชรกล่าว พร้อมระบุว่า สิ่งนี้เป็นความเสี่ยงร่วมกันของทั้งอุตสาหกรรม EV และ
สถานการณ์ล่าสุด
Data Center เนื่องจากทั้งสองอุตสาหกรรมใช้เงินลงทุนสูงแต่จ้างงานในประเทศต่อหน่วยการลงทุนค่อนข้างต่ำ หากไม่มีการวางเงื่อนไขที่ดีตั้งแต่ต้น ชี้การพัฒนาอุตสาหกรรมไม่ใช่เกม
“เลือกข้าง” พชร กล่าวว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมไม่ควรถูกมองเป็นการเลือกข้างระหว่างอุตสาหกรรมเก่ากับอุตสาหกรรมใหม่
ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการดึงการลงทุนระยะยาวมักไม่ทุ่มทุกอย่างไปกับเทรนด์ใดเทรนด์หนึ่ง แต่เน้นแชร์ส่วนร่วมของมูลค่าการผลิต (value capture)
มุมมองและผลกระทบ
ให้ได้มากที่สุดจากทุกอุตสาหกรรมที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเดิมที่สั่งสมมากว่า 60 ปี หรืออุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังไหลเข้ามาตามกระแสโลก
“หน้าที่ของประเทศผู้รับการลงทุนไม่ใช่การเป็นกรรมการตัดสินว่าใครจะอยู่ใครจะไป แต่คือการอำนวยความสะดวก ส่งเสริม และจูงใจ
ให้นักลงทุนทุกรายที่จริงใจสามารถอยู่รอดและเติบโตได้ในระบบเดียวกัน อย่างเท่าเทียม” พชรกล่าว ทั้งนี้ ข้อมูลจาก IEA ว่ายอดขายรถ EV
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และปลั๊กอินไฮบริดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พุ่งขึ้นถึง 62% ในช่วงมีนาคม-มิถุนายน โดยไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่โตเร็วที่สุดในภูมิภาค ซึ่งย้ำว่าเป็นการเติบโตฝั่งผู้บริโภค
ไม่ใช่ตัวชี้วัดความเข้มแข็งด้านการผลิตโดยตรง ขณะที่จีนซึ่งเป็นฐานผลิต EV รายใหญ่ของโลกกลับมียอดขายในประเทศหดตัว 16% หลังตัดเงินอุดหนุน แล้วหันไปทุ่มส่งออกแทน โดยส่งออกรถของจีนโต
65% ในครึ่งปีแรก คิดเป็นราว 5 ล้านคัน โดยไทยเป็นหนึ่งในตลาดปลายทางหลักของรถส่งออกจีน แบรนด์จีนครองส่วนแบ่งเกือบ 30% ของยอดขายรถใหม่ในไทยแล้ว คำถามคือเรากำลังเป็นฐานการผลิต
หรือเป็นแค่ตลาดที่รองรับสินค้าที่ถูก Transship เข้ามา ฐานการผลิตจริงในไทยมีแล้ว แต่โจทย์คือ “มูลค่าเพิ่ม” มากพอหรือยัง พชรยอมรับว่าตลอด 3…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



