ผบ.ตร. ยันไม่เคยทาบทาม-เสนอโยกย้าย พล.ต.อ.นิรันดร ออกนอกหน่วย ยังไม่ได้รับหนังสือที่ส่งถึงด้วย
อัปเดตเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 22:57อ่าน 3 นาที

ผบ.ตร. ยันไม่เคยทาบทาม-เสนอโยกย้าย พล.ต.อ.นิรันดร ออกนอกหน่วย ยังไม่ได้รับหนังสือที่ส่งถึงด้วย หลังเจ้าตัวบอก ไม่สมัครใจโอนย้ายไปรับราชการหน่วยอื่น วันที่ 28 ก.ค.69
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เปิดเผยว่า จากที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อว่า พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1
ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงตน ผ่านสำนักงานกำลังพล (สกพ.) ระบุว่า ยืนยันไม่สมัครใจโอนไปรับราชการหน่วยงานอื่น พร้อมอ้างบทบัญญัติ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 93
รายละเอียดเพิ่มเติม
ระบุการโอนต้องเป็นไปโดยความสมัครใจ ย้ำตลอด 37 ปีในเครื่องแบบสีกากี สั่งสมประสบการณ์ทั้งงานสืบสวน ป้องกันปราบปราม และอำนวยการ
จึงเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเกิดประโยชน์ต่อราชการสูงสุดในช่วงเวลารับราชการที่เหลืออยู่ นั้น อ่านข่าว รอง ผบ.ตร. ส่งหนังสือด่วนถึง ผบ.ตร.
“ไม่โอน-ไม่ย้าย” ขออยู่จนเกษียณ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับหนังสือฉบับที่ปรากฏเป็นข่าวดังกล่าว ตนขอยืนยันว่า ไม่เคยทาบทาม หรือพูดคุย พล.ต.อ.นิรันดร
สถานการณ์ล่าสุด
ให้โยกหรือเสนอให้ตัดโอนไปดำรงตำแหน่งในหน่วยอื่นแต่อย่างใด รวมถึง นายอนุทิน ชาญวีระกุล นายกรัฐมนตรี ก็ยังไม่เคยคุยกับตนในเรื่องดังกล่าวเลยแต่อย่างใด มีเพียงแต่เคยคุยกับ รอง
ผบ.ตร.ทุกท่าน รวมถึง จตช. เรื่องการสร้างความสามัคคีให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเพื่อนนโยบายของรัฐบาล เพื่อประเทศชาติ
และความสงบสุขของพี่น้องประชาชนในชาติเป็นสำคัญ และผลการเสนอชื่อผู้เป็น ผบ.ตร. นายกรัฐมนตรี ก็เป็นผู้เสนอชื่อ มติที่ประชุมเป็นเอกฉันท์ รวมถึงมีพระบรมราชโองการ
มุมมองและผลกระทบ
ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาฯ ไปเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้ตนคิดว่าควรจะร่วมกันสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นภายในองค์กร สิ่งที่ตนต้องการเห็นต่อจากนี้
อยากเห็นตำรวจทุกนายเร่งร่วมกันทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เพราะผู้ที่ได้ประโยชน์คือพี่น้องประชาชน บ้านเมืองมีความสงบสุข อาชญากรรมลดลง คุณภาพชีวิต ของข้าราชการตำรวจดีขึ้น
เพื่อเรียกความศรัทธาจากประชาชนให้องค์กรมีภาพลักษณ์ที่สง่างามเป็นที่พึ่งบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้สมกับที่มีหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ของปวงชนตลอดไป พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ยังกล่าวต่ออีกว่า กรณีข้างต้น ไม่ใช่หน้าที่ของ ผบ.ตร. ที่จะไปทำเช่นนั้น ได้แต่เน้นย้ำข้าราชการตำรวจทุกระดับชั้นให้ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อสถาบัน ประเทศชาติ ศาสนาและพี่น้องประชาชน
ให้สมกับเงินเดือนที่ได้รับ ไม่ว่าจะอยู่ใน ยศ หรือตำแหน่งอะไรก็ตาม มีหน้าที่อย่างไรก็ให้ปฏิบัติไปตามนั้นควรช่วยเหลือร่วมมือกัน ให้เกิดผลสัมฤทธิ์แห่งการทำงาน
เกิดความสงบสุขแก่พี่น้องประชาชนมากกว่าที่จะไปคำนึงคิดแต่เรื่องตำแหน่ง
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



