เปิดปมเหตุยิงในโรงเรียน ผู้เชี่ยวชาญแนะครอบครัวต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย
อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 16:07อ่าน 3 นาที

จากกรณีเหตุการณ์ในโรงเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยจากการประเมินอาจเกิดจากความเครียดเรื่องการเรียน
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
แต่ก็มีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังเป็นข้อสงสัย ผศ.จิตรา ดุษฎีเมธา สาขาการวิจัยและพัฒนาหลักสูตร บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)
ประเมินว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จากการรวบรวมสถิติ และงานวิจัย ทั้งในและต่างประเทศ พบสาเหตุอาจจะเกิดได้จากปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน ทั้งสภาวะทางอารมณ์ที่ถูกกดทับ การถูกบูลลี่จากคนรอบข้าง
รายละเอียดเพิ่มเติม
และบริบทรอบตัวของเด็ก ทั้งครอบครัว โรงเรียน เพื่อน สังคม และพฤติกรรมส่วนตัวซึ่งคนที่จะตอบได้ชัดเจนที่สุดคือผู้ก่อเหตุ ส่วนประเด็นมูลเหตุจูงใจความเครียดเรื่องการเรียน
และการเล่นเกมนั้น ผศ.จิตรา ให้ความเห็นว่า เรื่องการเรียนมีความเป็นไปได้ เป็นปัจจัยหนึ่งที่สะสมความเครียดและขยี้คุณค่าในตัวเองของเด็ก
บางเหตุการณ์ถึงขั้นทำให้เด็กบางคนเลือกจบชีวิตตัวเอง หรือระเบิดออกมาเป็นความรุนแรงออกมาทำร้ายผู้อื่น ขณะที่การเล่นเกมที่อาจทำให้เกิดอารมณ์รุนแรงหรือการเลียนแบบ
สถานการณ์ล่าสุด
จากงานวิจัยชี้ชัดว่าเกมไม่ได้เป็นปัจจัยหลัก หรือส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการก่อเหตุความรุนแรง เนื่องจากด้านหนึ่งเป็นพื้นที่ช่วยผ่อนคลายและระบายอารมณ์เครียด
หรือหากจะเป็นตัวกระตุ้นก็อยู่ในลำดับท้าย ๆ ไม่ใช่สาเหตุตั้งต้น ผศ.จิตรา ยังเสนอแนะทางออกว่า จากสถิติและวิกฤตสุขภาพจิตของวัยรุ่น เป็นวัยที่กำลังคาบเกี่ยวระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่
สมองส่วนเหตุผลและประสบการณ์ยังมีไม่มากพอ ทางออกคือการสร้าง "วัคซีนทางใจ" (RQ) และยังเสนอว่าการพัฒนาเด็กยุคปัจจุบันต้องไม่เน้นแค่ความรู้ (IQ) เท่านั้น แต่ต้องสร้าง EQ
มุมมองและผลกระทบ
ความฉลาดทางอารมณ์ และพลังสุขภาพจิต (RQ) คือความสามารถของจิตใจในการฟื้นตัว ปรับตัว และรับมือกับปัญหาหรืออุปสรรคได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถเผชิญหน้ากับปัญหาได้
โดยอาศัยสถาบันครอบครัว เป็นกลไกสำคัญที่สุด เป็นพื้นที่ปลอดภัยและเป็นพื้นที่ของการรับฟัง บ้านต้องไม่ใช่ที่ที่ซ้ำเติม ไม่เปรียบเทียบ หรือใช้คำพูดบั่นทอน
แต่ต้องรับฟังด้วยความรู้สึกไม่ตัดสิน ชวนคิดชวนคุยเพื่อหาทางออก สำหรับสถาบันการศึกษา ไม่เน้นเฉพาะวิชาการ แต่ต้องฝึกทักษะการจัดการอารมณ์ คอยสังเกต สภาพแวดล้อม ป้องกันการบูลลี่
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และเปิดพื้นที่รับฟังเด็ก และสุดท้ายสังคมและสื่อมวลชน ต้องไม่สร้างตัวแบบความรุนแรง และช่วยกันสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพจิตในสังคม ขณะที่ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี
กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น และผู้อำนวยการ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) วิเคราะห์ อย่ามองว่าการเป็นเด็กผลการเรียนดีจะสามารถเยียวยาจิตใจได้
หรือจัดการอารมณ์ความรู้สึกได้เก่งเหมือนเรียนหนังสือ และจากการศึกษาการประเมินเด็กในช่วง 10 ปีพบว่า ความสุขของเด็กลดลงต่อเนื่องไปอยู่ในระดับที่เป็นสัญญาณเตือนอันตราย
และยังมีข้อมูลที่พบว่าวัยรุ่นทำร้ายตัวเองจนถึงแก่ชีวิตเฉลี่ย 2 คนต่อวัน รศ.นพ.สุริยเดว…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



