ข้ามไปยังเนื้อหา

PDPC เดินหน้าผนึกกำลังเครือข่าย DPO ยกระดับตามมติ ครม.ทันที เร่งรีเซ็ต Username–Password พร้อมติดตามการเปิดใช้ MFA

อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 12:44อ่าน 3 นาที

PDPC เดินหน้าผนึกกำลังเครือข่าย DPO ยกระดับตามมติ ครม.ทันที เร่งรีเซ็ต Username–Password พร้อมติดตามการเปิดใช้ MFA
แชร์ข่าวนี้

PDPC เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยผนึกกำลังเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ DPO กว่า

ประเด็นสำคัญ

3,700 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เร่งดำเนินการรีเซ็ต Username และ Password ของระบบที่เกี่ยวข้อง พร้อมติดตามการเปิดใช้ระบบยืนยันตัวตนหลายปัจจัย หรือ Multi-Factor

Authentication (MFA) อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบ 12 ส.ค. 2569 – พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ

รายละเอียดเพิ่มเติม

PDPC เปิดเผยว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการขานรับ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เรื่องที่ 5 แนวทางการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจากเหตุบัญชีผู้ใช้งานสำหรับยืนยันตัวตน

(Credential) รั่วไหล ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางการใช้มาตรการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย เช่น MFA การใช้ Digital Identity อย่าง ThaID

หรือวิธีการยืนยันตัวตนในรูปแบบอื่นที่มีความมั่นคงปลอดภัย โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติต่อไป นอกจากนี้

สถานการณ์ล่าสุด

การดำเนินการครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรณีการเข้าถึงข้อมูลภาครัฐโดยมิชอบ โดย สคส. ดำเนินงานครอบคลุมทั้ง

“ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ” ควบคู่กับการยกระดับมาตรการป้องกันเชิงระบบ เพื่อปิดช่องโหว่และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลภาครัฐและเอกชน ในส่วนของ “ต้นน้ำ”

ซึ่งเกี่ยวข้องกับหน่วยงานที่ดูแลระบบและฐานข้อมูล กรมการขนส่งทางบกและกรมการปกครองได้รายงานเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลต่อ สคส. พร้อมดำเนินการตรวจสอบ แก้ไข

มุมมองและผลกระทบ

และระงับช่องทางที่อาจนำไปสู่การเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบแล้ว โดยกรมการขนส่งทางบกได้ระงับการเชื่อมต่อระบบ API ในส่วนที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่กรมการปกครองได้ระงับการเข้าถึงระบบที่ไม่มีการใช้งานแล้ว เพื่อลดความเสี่ยงต่อข้อมูลของประชาชน ทั้งนี้ สคส.

ได้บูรณาการการตรวจสอบร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช. เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในภาพรวมของประเทศ

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

และเร่งถ่ายทอดแนวทางตามมติ ครม. สู่การปฏิบัติผ่านเครือข่าย DPO ทั่วประเทศ “การใช้เพียง Username และ Password อาจไม่เพียงพอต่อรูปแบบความเสี่ยงทางไซเบอร์ในปัจจุบัน สคส.

จึงเร่งประสานเครือข่าย DPO กว่า 3,700 หน่วยงาน ให้ดำเนินการตรวจสอบและรีเซ็ต Username และ Password ของบัญชีผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงปิดหรือลบระบบที่ไม่มีการใช้งานแล้ว

เพื่อลดโอกาสที่ช่องทางเดิมจะถูกนำไปใช้เข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบ” พ.ต.อ.สุรพงศ์ กล่าว สำหรับมาตรการในระยะต่อไป สคส. จะติดตามและผลักดันให้หน่วยงานเปิดใช้ระบบ MFA โดยเฉพาะระบบที่จัดเก็บ

ใช้ หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน รวมถึงส่งเสริมการนำระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล เช่น ThaID มาใช้ตามความเหมาะสม เพื่อเพิ่มชั้นความปล…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยโพสต์ · PDPC เดินหน้าผนึกกำลังเครือข่าย DPO ยกระดับตามมติ ครม.ทันที เร่งรีเซ็ต Username–Password พร้อมติดตามการเปิดใช้ MFA
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง