กต.ย้ำ ไทยเห็นด้วยตั้ง ทูตแคทรีนา คูเปอร์ นั่งปธ.คณะประนอม ชี้กระบวนการ UNCLOS ไร้ผลผูกพันทางกม.
อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 16:51อ่าน 3 นาที

กต.ย้ำ ไทยเห็นด้วยตั้ง ทูตแคทรีนา คูเปอร์ นั่งปธ.คณะประนอม ชี้กระบวนการ UNCLOS ไร้ผลผูกพันทางกม. เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงความคืบหน้ากระบวนการประนอมภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS ว่า ศาลประจำอนุญาโตตุลาการ หรือ
PCA มีการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตแคทรีนา คูเปอร์ ชาวออสเตรเลีย เป็นผู้ประนอมบุคคลที่ 5 ซึ่งจะปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการประนอม โดยเอกอัครราชทูตคูเปอร์เป็นนักการทูต
รายละเอียดเพิ่มเติม
และนักกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ไทยสนับสนุน ได้รับการยอมรับในวงการกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ
ตลอดจนมีประสบการณ์ทั้งในด้านกฎหมายระหว่างประเทศและการเจรจา นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ด้านการทูตและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ซึ่งเอื้อต่อความเข้าใจบริบทและประเด็นละเอียดอ่อนในมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยที่ผ่านมาเคยปฏิบัติหน้าที่เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำเม็กซิโก และตัวแทนร่วม หรือ Co-Agent
สถานการณ์ล่าสุด
ของรัฐบาลออสเตรเลียในการประนอมภายใต้ UNCLOS ระหว่างออสเตรเลียกับติมอร์-เลสเต ซึ่งสะท้อนถึงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว
นายสาวใจไทยกล่าวถึงขั้นตอนหลังจากนี้ว่า เมื่อมีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการประนอมโดยสมบูรณ์ทั้ง 5 คนแล้ว โดยฝ่ายไทยมีการแต่งตั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนร่วม และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต ทำหน้าที่รองผู้แทน
มุมมองและผลกระทบ
ซึ่งคณะกรรมาธิการประนอมจะกำหนดวันประชุมครั้งแรก ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าน่าจะสามารถจัดขึ้นได้ภายในเดือนกันยายน 2569 ยังต้องรอฟังรายละเอียดที่แน่นอนอีกครั้ง
ส่วนวาระสำคัญจะรวมถึงการพิจารณาจัดทำข้อบังคับ เพื่อเป็นหลักเกณฑ์ และกรอบดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ ตลอดจนเป็นแนวทางสำหรับการประชุมและการดำเนินกระบวนการที่เกี่ยวข้อง นายสาวใจไทย
กล่าวย้ำว่า กระบวนการประนอมไม่ใช่การขึ้นศาล ผลลัพธ์ไม่ใช่คำพิพากษา และมีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่เป็นข้อเสนอแนะที่ทั้งสองฝ่ายจะนำไปพิจารณา โดยกรรมาธิการทั้ง 5 คน ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง และเข้าใจในบริบทของสถานการณ์ และจะช่วยทำให้ข้อเสนอแนะหรือทางออกมีความสมดุล ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะต้องมีการเสนอมุมมองและชี้แจงข้อเท็จจริง
สุดท้ายก็จะต้องพิจารณาว่าข้อเสนอแนะจากคณะกรรมาธิการว่า ท้ายที่สุดจะเป็นพื้นฐานให้ทั้งสองฝ่ายนำไปพูดคุยต่อไปอย่างไร โดยในฐานะที่ไทยเป็นสมาชิกสมาคมระหว่างประเทศ ที่มีความรับผิดชอบ
และเคารพในกฎหมายระหว่างประเทศ ไทยก็พร้อมจะสนับสนุน และเข้าร่วมกระบวนการอย่างเต็มที่บนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน
โดยกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างดีที่สุด เมื่อถามถึงกรณีที่วันนี้ (17 ส.ค.)…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



